เที่ยวภูฏาน 3เมือง พาโล ทิมพู พูนาคา พักดี 4 ดาว 5วัน 4คืน


9,969 Views

เที่ยวภูฏาน 3เมือง พาโล ทิมพู พูนาคา พักดี 4 ดาว 5วัน 4คืน
ไปเที่ยวด้วยกัน ขอนำเสนอ ทัวร์ภูฏาน ราคาถูก เที่ยวภูฏาน ราคาประหยัด เที่ยวภูฏาน เริ่มต้นเดือน พฤษภาคม ถึง เดือน กันยายน เที่ยวภูฏาน ภาทุกท่านเที่ยวภูฏาน ดินแดนมังกรสายฟ้า แบบจัดเต็มสุดคุ้มค่า กับ 3 เมืองหลัก พาโร ทิมพู พูนาคา  นาคา เข้าชมวัดถ้ำเสือซึ่งเป็นสถานที่แสวงบุญที่ชาวภูฏานเลื่อมใสศรัทธากันมากที่สุด เยี่ยมชมสถานอนุรักษ์สัตว์ประจําชาติของภูฏาน และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์พื้นบ้าน นำท่านสักการะหลวงพ่อสัจธรรมซึ่งเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สุดของภูฏาน เข้าชมป้อมปราการ “ทิมพู ซอง” ซึ่งอยู่ติดกับที่ประทับของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เที่ยวหลายถสานที่ได้เพราะจัดให้ท่านพักที่เมืองทิมพูสองคืน ทำให้ไม่ต้องเก็บกระเป๋าและมีเวลาเที่ยวเพิ่ม การันตีไม่ชะโงกทัวร์ 
รหัสทัวร์:
BT_B300001
ประเทศ:
ทัวร์ภูฏาน
สายการบิน:
Bhutan Airlines
฿54,900
ราคาเริ่มต้น/ท่าน
(ราคานี้รวมทุกอย่างแล้ว ยกเว้นค่าทิปไกด์)
  • บริการอาหารบนเครื่อง
  • ฟรี wifi
  • น้ำหนัก 30 kg.
  • ขาไป B3701 - ขากลับ B3701

รายละเอียดวันเดินทาง

  วันเดินทางไป-กลับ ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง เด็กทารก พักเดี่ยว สายการบิน

เพิ่มเพื่อน

รายละเอียดโปรแกรมทัวร์ภูฏาน

กรุงเทพฯ – พาโร –ตาซอง – พาโรริงปุงซอง - วัดคิชูลาคัง – ด่านซูซอม – ทิมพู เมมโมเรียลโชเตน – ซื้อเพิ่ม Option Tour อาบน้ำแร่หินร้อน
เวลา รายการท่องเที่ยว
04.00 น. คณะเดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก สายการบินภูฏานแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ B3701 ออกเดินทางเวลา 06:30 เคาเตอร์ K ประตู 4-5 พบกับเจ้าหน้าที่จากบริษัท   ให้การต้อนรับพร้อมบริการกระเป๋าเข้าเช็คอิน พร้อมหัวหน้าทัวร์คอยให้บริการ
06:30 น.
ออกเดินทางสู่ประเทศภูฎาน เดินทางสู่เมืองพาโร เมืองหน้าด่านสำคัญก่อนเดินทางสู่ดินแดนอื่น ๆในประเทศภูฏาน โดยสายการบิน ภูฏานแอร์ไลน์ ออกเดินทางเวลา 06.30 มีอาหารบริการบนเครื่อง เครื่องจะทำการลงจอดที่ประเทศอินเดียเพื่อทำความสะอาดและเติมน้ำมันเป็นเวลา 45 นาทีโดยไม่ต้องลงจากเครื่องบินและเดินทางต่อไปยังประเทศภูฎาน
09:55 น.

เดินทางถึงสนามบินเมืองพาโรทุกคนทั่วโลกที่เดินทางมายังประเทศภูฏานต้องเริ่มต้นจากเมืองนี้เพราะเมืองพาโรเป็นเมืองเดียวที่มีสนามบินนานาชาติ เมืองพาโรอยู่ที่ระดับความสูง 2250 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีความสำคัญเพราะเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศอีกทั้งยังมีวัดสำคัญหลายแห่งอยู่ที่เมืองนี้

เช้า
เดินทางสู่ตัวเมือง พาโร เยี่ยมชม พิพิธภัณท์สถานแห่งชาติ หรือ ป้อมปราการตาซอง (National Museum of Bhutan , Ta Dzong) ป้อมปราการตาซองสร้างขึ้นกลางคริสต์ศตวรรษที่ 17ภายนอกออกแบบให้มีรูปทรงกระบอก มีทั้งหมด 8 ชั้น โดยเป็นสถานที่เก็บรวบรวม ภาพพระบฏ อาวุธ เหรียญกษาปณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ สัตว์ป่าแถบเทือกเขาหิมาลัย ตลอดจน ดวงตราไปรษณีย์ แต่เนื่องด้วยเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ทำให้ตัวอาคารเสียหายอย่างหนักและเป็นอันตรายต่อการเข้าชมภายในตัวอาคาร นักท่องเที่ยวสามารถชมอาคารภายนอกได้และรัฐบาลภูฏานได้สร้างอาคารหลังใหม่เพื่อจัดแสดงแทน โดยที่อาคารหลังใหม่มี 2 ชั้นและจัดแสดงเพียง 4 ห้องเท่านั้น จากจุดนี้ท่านสามารถเห็นวิวสวยๆของสนามบินพาโรและตัวเมืองได้อย่างชัดเจน

จากนั้นพาท่านเดินทางต่อเพื่อเยี่ยมชม พาโรริงปุงซอง (Paro Ringpung Dzong) ป้อมปราการยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองพาโร ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1645 ในสมัยของท่าน Shabdrung Ngwang Namgyel ผู้เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่รวมประเทศภูฎานให้เป็นหนึ่งเดียวในช่วง คริสต์ศตวรรษที่ 17  ตั้งตระหง่านโดนเด่นอยู่ท่ามกลางหุบเขา ซึ่งตอนนี้สถานที่นี้มีไว้สำหรับส่วนบริหาร ศูนย์กลางทางการปกครองของเมืองพาโร และเป็นที่ตั้งของพระอารามหลวง มีพระสงฆ์จำวัดกว่า 200 รูป ที่นี่เคยเป็นที่ถ่ายทำหนัง Little Buddha ในปี 1993

 

จากสนามบินประมาณ10 นาที นำท่านเที่ยวชม วัดคิชู ลาคัง (Kyichu Lhakhang) หรือ วัดคิชู วัดคิชูเป็นวัดโบราณเก่าแก่ที่สุดของภูฏาน ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขา พระเจ้าซองต์เซน กัมโป กษัตริย์ทิเบต ทรงสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 659 โดยที่ในเวลานั้นพื้นที่ของวัดยังเป็นของทิเบต  ตำนานการสร้างวัดแห่งนี้น่าสนใจมาก เล่าสืบต่อกันมาว่า มีนางยักษ์ตนหนึ่งที่มีร่างกายใหญ่โตได้เข้ามาเหยียดแขนเหยียดขานอนทับอยู่บนพื้นที่ของทิเบตและเทือกเขาหิมาลัย เพื่อปิดกั้นไม่ให้ผู้คนที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาพุทธเข้ามายังพื้นที่นี้ พระเจ้าซองต์เซน กัมโป จึงทรงดำริสร้างวัดพุทธ 108 แห่ง ภายในวันเดียว เพื่อตรึงร่างนางยักษ์เอาไว้ โดยวัดคิชูในเมืองพาโรนั้นเป็น 1 ใน 108 แห่งดังกล่าว และเป็นพื้นที่ส่วนที่เท้าซ้ายของนางมารเหยียบอยู่ ส่วนอีกวัดหนึ่งในภูฏานอยู่ที่เมืองบุมทัง สร้างตรงเท้าขวาของยักษ์

เที่ยง พักรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 

ออกเดินทางสู่เมืองเมืองหลวงของประเทศภูฏาน เมืองทิมพู (Thimphu) ระยะทางห่างจากเมืองพาโรประมาณ 70 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง ในระหว่างการเดินทางสู่เมืองเมืองทิมพูท่านจะได้เห็นทัศนียภาพอันสวยงามโดยมีภูเขาล้อมรอบอีกทั้งท่านยังจะได้เห็นสภาพการอยู่อาศัยของคนพื้นเมืองอีกทั้งยังจะได้ตื่นตาตื่นใจกับสถาปัตยกรรมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของประเทศภูฏานตลอดระยะทาง ระหว่างทางเราจะแวะถ่ายรูป ณ จุดชมวิว ด่านชูซอม ซึ่งเป็นหน้าด่านก่อนเข้าเมืองทิมพู และเป็นบริเวณที่แม่น้ำจากพาโรและทิมพูมาบรรจบกัน ข้างๆ สะพานด่านชูซอมท่านจะได้เห็นสถูปสามอันออกแบบสไตน์ ภูฏาน เนปาล และทิเษต จากจุดนี้อีก 31 กิโลเมตรเราจะถึงเมืองทิมพู เมืองทิมพูเป็นเมืองที่อยู่ในระดับความสูง 2,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นเมืองหลวงที่เล็กที่สุดของเอเชียและไม่มีสัญญาณไฟจราจร มีประชากรอยู่ประมาณ140,000 คน ผู้คนที่นี่ยิ้มแย้มแจ่มใส ใจดีและมักจะแต่งกายด้วยชุดประจำชาติ ชุดผู้ชายจะเรียกว่า โค (Kho) ส่วนชุดของผู้หญิงจะเรียกว่า คีร่า (Kira) เราจะนำท่านไปยังโรงแรมเพื่อ Check-in และเก็บสัมภาระ

 

พาท่านเยี่ยมชม เมมโมเรียลโชเตน (Memorial Chortten) มหาสถูปเพื่อสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงอดีตกษัติริย์ จิกมี่ ดอร์จี วังชุก พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์องค์ที่ 3 ที่ปกครองประเทศภูฏานในช่วง ค.ศ. 1952-1972 และทรงได้รับพระฉายาว่า "พระบิดาแห่งภูฏานนยุคใหม่" สร้างขึ้นในปี 1974สถานที่แห่งนี้ท่านจะเห็นคนเฒ่าคนแก่จำนวนหนึ่งมานั่งนับลูกปัดและเดินวนรอบสถูปจากนั้นพาท่านเดินเล่นในตัวเมืองทิมพู เนื่องจากโรงแรมนั้นอยู่ใจกลางเมืองท่านสามารถเลือกได้ว่าจะเดินเล่นหรือพักผ่อนที่โรงแรมหรือไปใช้บริการแช่น้ำร้อน Premium Hot Stone Bath(Premium Hot Stone Bath ไม่รวมในค่าทัวร์ ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ 25 USD++ ต่อท่านใช้บริการพร้อมกันห้องละ 4 ท่าน มีสองห้อง) หลังจากนั้นเราจะนัดทานข้าวเย็นพร้อมกัน

เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
พักที่
โรงแรม Osel โรงแรมระดับ4 ดาวหรือเทียบเท่า
ทิมพู - ปูนาคา - ดอร์ ชูลา - วัดนันนารี - วัดชิมิลาคัง - ปูนาคาซอง - สะพานเหล็กที่ยาวที่สุด - ทิมพู
เวลา รายการท่องเที่ยว
เช้า รับประทานอาหารเช้า โรงแรม Osel เมืองทิมพู

ออกเดินทางสู่เมือง Punakha ปูนาคา ระยะทางประมาณ 75 กิโลเมตร ทางเป็นถนนคดเคี้ยวใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง เมื่อก่อนจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงแต่ตอนนี้ถนนดีขึ้นแล้ว เมืองปูนาคานั้นเมื่อสมัยโบราณมีความสำคัญเพราะเป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองที่กฏตัสองแรงได้รับการเลือกตั้งในปี1907 เมืองนี้จะมีระดับความสูงตั้งแต่ 1,000 – 4,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล เมืองนี้จะข่อนข้างอุ่นกว่าเมืองพาโรและเมืองทิมพู ระหว่างการเดินทางท่านสามารถชมทิวทัศน์ของภูเขาสูงสลับกันไปมา


แวะพักยังจุดที่สูงที่สุดบนเส้นทางนี้อยู่ที่ 3,116 เมตรจากระดับน้ำทะเล (เป็นจุดที่สูงที่สุดของเมืองทิมพูและพูนาคา) ซึ่งเรียกว่า ดอร์ ชูลา (Dorchula Plass) และพาท่านชม สถูป “ดรุค วังเกล” (Druk Wangle Chorten) 108 องค์ (สถูปแห่งความเป็นสิริมงคล และสันติสุขของแผ่นดิน 108 องค์) สร้างขึ้นมาเพื่อถวายแกพระโพธิสัตว์ของชาววัชรยาน จุดนี้เป็นจุดที่สามารถยืนชมเทือกเขาหิมาลัยได้แบบกระจ่างตาที่สุด โดยเฉพาะในวันที่อากาศสดใสและฟ้าเปิด รวมถึง ยอดเขากังคาพูนซัม(Gangkhar Puensum) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศภูฏานซึ่งอยู่ในระดับความสูงที่ 7,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ณ จุดนี้เราจะแวะพักถ่ายรูป เข้าห้องน้ำ และออกเดินทางต่อไปยังเมืองปูนาคา
หลังจากนั้นนำท่านชมวัดภิกษุณีหรือ Nunnery Temple ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขา มีเจดีย์เนปาลตั้งอยู่ด้านในมีเจ้าแม่กวนอิมปางพันมือประดิษฐ์สถานอยู่ จากบนนี้ท่านสามารถมองเห็นวิวแบบพาโนราม่า  ให้ท่านได้ถ่ายรูป  เก็บบรรยากาศก่อนเดินทางกลับสู่เมือง ทิมพู (Thimphu)
กลางวัน
พักรับประทานอาหารกลางวัน - ภัตตาคาร ที่ เมืองพูนาคา

จากร้านอาหารเราจะพาท่านเดินผ่านหมู่บ้าน Sobsukha เป็นหมู่บ้านเล็กๆมีทุ่งนาล้อมรอบโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที เพื่อดูวิถีชีวิตของคนที่นี่และทุ่งนาขั้นบันได
พาท่านเดินไปยังวัดชิมิลาคัง (Chimi Lhakhang) วัดนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในปี 1499 โดยพระงาหวัง ชอคเยล โดย ชาวภูฏานนิยมมาไหว้ขอพรในเรื่องครอบครัว อาทิ ขอลูก ขอพรให้ประสบความสำเร็จในเรื่องความรัก ขอพรให้ลูกหรือมาให้พระตั้งชื่อให้ลูก นอกจากนี้ยังเชื่อว่า สามารถขอพรให้ลูกเกิดมาหน้าตาดีได้ในขณะที่ตั้งครรภ์ ชื่อที่เป็นที่นิยมที่หากมาตั้งชื่อที่วัดนี้คือ คินเลย์ (ชื่อสถานที่) และ ชิมิ (ชื่อวัด)

  นำท่านเที่ยวชม พูนาคาซอง (Punakha Dzong) ป้อมปราการประจำเมืองปูนาคา ปัจจุบันเป็นพระราชวังฤดูหนาวของพระสังฆราช ป้อมปราการแห่งถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1637-38 เป็นซองที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับสองและเป็นซองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองอีกด้วย ซองแห่งนี้ถูกทําลายหลายครั้ง จากไฟไหม้และภัยธรรมชาติแต่ได้รับการบูรณะอย่างต่อเนื่อง ป้อมปราการแห่งนี้สวยงามมากเพราะอยู่ตรงกลางระหว่าง แม่น้ำโพ (Po Chu)ซึ่งหมายถึงแม่น้ำพ่อ และแม่น้ำโม (Mo Chu)หมายถึงแม่น้ำแม่ไหลมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำ ปูนา ซัง ชู(Puna Tsang Chu)หรืออีกชื่อเรียกว่า Sankosh river
  หลังจากนั้น นำท่านชมสะพานเหล็กที่ยาวที่สุดในภูฏาน พาดผ่านแม่น้ำ แม่น้ำพ่อ และแม่น้ำโม (Mo Chu) ซึ่งประชาชนใช้สัญจรเพื่อข้ามข้ามมายังพูนาคาซอง
เดินทางกลับสู่เมือง ทิมพู (Thimphu)
เย็น

รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร สุโขทัย (เป็นหนึ่งในสองร้านอาหารไทยในเมืองทิมพู)

พักที่ โรงแรม Osel หรือเทียบเท่า
ทิมพู - ไปรษณีย์ภูฏาน – หลวงพ่อสัจธรรม – ทาคิน - ชิมโทกาซอง – พิพิธภัณท์งานแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน - พิมพูซอง – วัดพระนางตารา - ตลาดนัดสุดสัปดาห์
เวลา รายการท่องเที่ยว
เช้า รับประทานอาหารเช้า โรงแรม Osel เมืองทิมพู

หลังอาหารเช้าเราจะให้ลูกค้าทุกท่านแต่งชุดประจำชาติแบบเต็มของประเทศภูฏานซึ่งสามารถเข้าได้ทุกที่ ชุดผู้ชายจะเรียกว่า โค (Kho) ส่วนชุดของผู้หญิงจะเรียกว่า คีร่า (Kira) จะมีเจ้าหน้าที่ของโรงแรมและทางไกด์ท้องถิ่นมาช่วยแต่งตัวให้ เราจะใส่ชุดประจำชาติตั้งแต่เช้าเพื่อแสดงความเคารพต่อสถานที่และถ่ายรูปจะได้สวยงาม

เราจะพาท่านชม ที่ทำการไปรษณีย์ภูฏาน (General Post Office) ซึ่งท่านสามารถเลือกซื้อดวงตราไปรษณียากรที่งดงามของภูฏาน และความพิเศษที่ไปรษณีย์ภูฏานคือท่านสามารถถ่ายรูปตัวเองลงบนตราไปรษณีย์ซึ่งสามารถใช้ได้อย่างถูกกฎหมายและสามารถติดบนโปสการ์ดหรือจดหมายส่งกลับมาประเทศไทยและทั่วโลกได้อีกด้วย

จากนั้นพาท่านขึ้นเขาไป สักการะหลวงพ่อสัจธรรม Buddha Dordenma statue (Buddha Point) พระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สุดของภูฏาน หล่อสัมฤทธิ์ ประดิษฐานอยู่บริเวณเชิงเขาในเมืองทิมพู ทําหน้าที่ปกปักรักษาชาวเมืองทิมพู จากจุดนี้ท่านจะได้เห็นเมืองทิมพูได้โดยรอบ

จากนั้นพาท่านชม “ทาคิน” ในสถานอนุรักษ์สัตว์ประจําชาติของภูฏาน  (Takin Preservation Center) ซึ่งเป็นสัตว์ประจำชาติของภูฏาน ปัจจุบันหาดูได้ยากมากเนื่องจากเป็นสัตว์ที่อยู่ในป่าลึกและมีอยู่ที่เฉพาะบนภูเขาในแทบเทือกเขาหิมาลัย
จากนั้นนำท่านชม ซิมโทกาซอง (Simtokha Dzong) เป็นป้อมปราการแห่งแรกของประเทศภูฏาน สร้างในปี ค.ศ. 1629 โดยท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล เป็นต้นแบบของป้อมปราการทุกแห่งในประเทศภูฏาน ด้านในมีของเก่าแก่มากมายจึงมีตำรวจเฝ้าอยู่ตลอดเวลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานผ้าพระกฐินทอดถวาย เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556
จากนั้นพาท่านเข้าชม Folk Heritage Museum หรือ พิพิธภัณท์งานแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน สถานที่จัดแสดงนั้นมีอายุมากกว่า 150 ปีและเป็นสถานที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศภูฏาน จัดตั้งเป็นพิพิธภัณท์ในปี 2001 ด้านในนั้นจะมีสามชั้น จัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้เก่าแก่ซึ่งบงบอกวิถีชีวิตของคนภูฏาน เราจะพักทานอาหารกลางวันที่นี่

เที่ยง พักรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ที่ Folk Heritage Museum (อาหารกลางวันสไตล์ภูฏานแท้ๆพร้อมซุบเห็ดมัตสึทาเกะ)
  จากนั้นเราจะพาท่านั่งรถต่อไปยังอีกหนึ่งสถานที่สำคัญนั่นคือป้อมปราการ “ทิมพู ซอง” Thimphu Dzong หรือมีชื่อเป็นทางการว่า “ตาชิโช ซอง” (Tashicho Dzong) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองหลวงแห่งนี้ ป้อมปราการแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในปี1907 ซึ่งนอกจากเป็นป้อมปราการแล้วยังเป็นอารามหลวงสำหรับพระอีกด้วย โดยตอนนี้สถานที่แห่งนี้เป็นที่ทำงานของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีและทำเนียบรัฐบาล ที่นี่เราจะเห็นที่ประทับของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีสามารถมอเข้าไปได้แต่ไม่สามารถถ่ายรูปได้
 

จากนั้นนำท่านขอพรที่ วัดพระนางตารา พระโพธิสัตว์ตารา หรือ พระแม่ตารา เป็นพระโพธิสัตว์ฝ่ายหญิงในพระพุทธศาสนา โดยมีสายการปฏิบัติสืบทอดอย่างต่อเนื่องในวัชรยาน คำว่าตารามาจากภาษาสันสกฤตหมายถึงข้าม การบูชาพระนางเริ่มเมื่อพุทธศตวรรษที่ 8 - 11 โดยถือว่าเป็นชายาของพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ที่นี่จะเห็นผู้หญิงภูฏานเป็นส่วนใหญ่โดยเชื่อว่าหากขอพรอะไรจะได้สิ่งที่ขอ
จากนั้นนำท่านผ่าน ตลาดสุดสัปดาห์ (Weekend Market) ซึ่งจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร (ที่ประเทศภูฏานผลผลิตทางการเกษตรทุกอย่างนั้นปลอดสารพิษ) เดินทางสู่เมืองพาโร ใช้เวลาประมาณ 1:30 ชั่วโมง
พาท่านเดินเล่นในตัวเมือง ท่านสามารถซื้อของฝากจากเมืองนี้ ราคาของจะถูกกว่าเมืองทิมพูนิดหน่อย

เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
พักที่
โรงแรม  Raven’s Nest โรงแรมระดับสี่ดาวหรือเทียบเท่า
พาโร - Paro airport bird's eye view - วัดทักซัง – ชมการแสดงพื้นบ้านระบำหน้ากาก – พาโร
เวลา รายการท่องเที่ยว
เช้า รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรม Reven’s Nest เมืองพาโร

จากนั้นพาท่านแวะถ่ายรูป ณ จุดชมวิว Paro airport bird's eye view point ซึ่งเป็นจุดที่สามารถเห็นสนามบินพาโรได้ทั้งสนามบิน จุดนี้สวยงามมากเพราะสนามบินนั้นโดนล้อมรอบด้วยหุบเขา

นำท่านเดินทางขึ้นสู่หมู่บ้านซัทซัมเพื่อขึ้นสู่เขาทักซังเพื่อไปยัง วัดทักซัง (Taktshang Goemba Monastery)  ชื่อทักซังมีความหมายว่ารังเสือหรือ (Tiger Nest) ท่านสามารถเลือกว่าจะขี่ม้าหรือจะเดินขึ้นไปก็ได้ การขี่ม้าจะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีซึ่งขึ้นไปได้จนถึงจุดจอดม้าและขึ้นม้าได้เฉพาะขาขึ้นเท่านั้นเพราะว่าขาลงนั้นหากนั่งม้าจะอันตรายมาก การเดินทางขึ้นเขาทักซังจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 -6 ชั่วโมงในการไป-กลับและขึ้นอยู่กับความเร็วในการเดินของกรุ๊ปด้วย โดยระหว่างทางจะมีจุดแวะพักซึ่งจะเป็น Café ซึ่งเราจะพักดื่มชาและเข้าห้องน้ำ เดินขึ้นต่อเพื่อที่จะถึงช่วงสุดท้ายที่จะต้องขึ้นลงบันไดกว่า 350 ขึ้นเพื่อที่จะขึ้นไปที่ตัววัดทักซัง เมื่อถึงตัววัดจะต้องฝากอุปกรณ์อิเล็กโทรนิคทุกชนิด

วัดทักซังเป็นวัดพุทธที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูฏาน โดยถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1962 จุดเด่นอยู่ที่ตัววัดนั้นตั้งอยู่ริมผาซึ่งมีความสูงกว่า 900 เมตร ในเขตเมืองพาโร ด้วยความสูงเทียมฟ้าเช่นนี้เอง ทำให้วัดนั้นอยู่ท่ามกลางเมฆหมอกสีขาวที่ล้อมรอบวัด อีกทั้งยังสามารถชมวิวสวย ๆ ด้านล่างได้อย่างชัดเจนในวันที่ท้องฟ้าโปร่ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่หมู่มวลดอกไม้ต่างพากันชูช่อสวยงาม ด้านประวัติความเป็นมานั้น มีตำนานเล่าว่า แต่ก่อนพื้นที่บริเวณนี้จะถูกสร้างเป็นวัดนั้นท่านกูรูรินโปเช ( Guru Rinpoche) หรือท่านคุรุปัทมะสัมภวะ (Guru Padmasambhava) คนภูฏานจะเรียกท่านว่า กูรูรินโปเช (ท่านกูรูรินโปเชในแถบประเทษทิเบต ภูฏาน เนปาล และบางส่วนในประเทศอินเดียในแถบเทือกเขาหิมาลัยนั้นถือว่าท่าเหมือนพระพุทธเจ้าองที่สอง โดยตามวัดต่างๆที่ภูฏานจะมีรูปปั้นของท่านแทบทุกวัด) ได้ขี่หลังเสือมาเหยียบแผ่นดินภูฏานครั้งแรกและบำเพ็ญเพียรอยู่ในถ้ำแห่งนี้เป็นเวลา สามปี สามเดือน สามอาทิตย์ สามวัน สามชั่วโมง ครั้นจะเทศนาสั่งสอนผู้คนท่านจะกลายร่างเป็นมนุษย์เช่นเดิม และเมื่อคำสอนได้ผล ผู้คนต่างพากันเสื่อมใสในพระพุทธศาสนา จึงทำให้สถานที่นี้กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ต่อมาจึงได้มีการสร้างวิหารขึ้นเพื่อแสดงถึงความนิยมด้านพระพุทธศาสนา และเมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนานทำให้ตัววิหารชำรุดทรุดโทรม จนท้ายที่สุดในปี ค.ศ. 1962 จึงมีการสร้างวัดทักซังหรือวัดรังเสือขึ้นมา และได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1998 จากเหตุเพลิงไหม้
เที่ยง
ทานอาหารที่ Café บนเขาทักซัง
  หลังจากนั้น พาท่านเดินเล่นในตัวเมืองพาโร เพื่อให้ท่านได้เลือกซื้อของที่ท่านต้องการไปฝากคนที่ท่านรัก หลังจากนี้จะไม่มีช้อปปิ้งแล้วควรเลือกซื้อให้เรียบร้อยตั้งแต่วันนี้
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
พักที่
โรงแรม  Raven’s Nest หรือเทียบเท่า
พาโร - กรุงเทพฯ
เวลา รายการท่องเที่ยว
เช้า รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรม Tenzingling Resort เมืองพาโร

เดินทางกลับสู่ กรุงเทพ – สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน Bhutan Airlines ออกเดินทาง 10:15 น โดยเที่ยวบินที่ B3700 ถึงกรุงเทพเวลา 16:05 น
ติดต่อตลาดทัวร์ แมกกาซีน
 02-184-6990

(จันทร์ - เสาร์ 09.00 - 18.00 น.)

Mobile :
064-639-1946
064-639-6426
065-639-5493
Hotline :
064-491-9639
Facebook :
Line :
Email :
paiteawduaykan@gmail.com

ติดต่อตลาดทัวร์ แมกกาซีน