ทัวร์ภูฏาน เที่ยวสุดสบายช่วงฤดูร้อน ตลอดเดือนกรกฏาคม 4วัน 3คืน

4,429
ทัวร์ภูฏาน เที่ยวสุดสบายช่วงฤดูร้อน ตลอดเดือนกรกฏาคม 4วัน 3คืน
สนใจจองทัวร์ โทร. 02-184-6990 ,02-184-6991
ไปเที่ยวด้วยกัน ขอนำเสนอ ทัวร์ภูฏาน ราคาถูก เที่ยวภูฏาน ราคาประหยัด เที่ยวภูฏาน ประจำเดือนกรกฎาคม พาทุกท่านเที่ยวชมเมืองหลวงทิมพู แวะถ่ายรูป สำนักสงฆ์ตัมโช ที่มีสะพานแขวนทอดข้ามแม่น้ำซึ่งสร้างโดยพระโยคีลามะ ชมเจดีย์สามองค์ริมฝั่งแม่น้ำ ท่านแวะชิมชา กาแฟและขนมว่างท่ามกลางบรรยากาศแสนสวยสุดแสนโรแมนติค ณ จุดชมวิวบนเขา นำเข้าสู่ วัดชิมิ หรือ วัดแห่งการเกิด แวะชม ซิมโทกาซอง ซึ่งเป็นซองที่เก่าแก่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศ สร้างขึ้นในสมัยรวมชาติ 
รหัสทัวร์:
BT_KB00014
ประเทศ:
ทัวร์ภูฏาน
สายการบิน:
Druk Air
฿53,999
ราคาเริ่มต้น/ท่าน
(ราคานี้รวมทุกอย่างแล้ว ยกเว้นค่าทิปไกด์)
  • ขาไป: KB12
  • ขากลับ: KB140
  • น้ำหนัก 30 kg.

รายละเอียดวันเดินทาง

  วันเดินทางไป-กลับ ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง เด็กทารก พักเดี่ยว

รายละเอียดโปรแกรมทัวร์ภูฏาน

กรุงเทพฯ – พาโร – ทิมพู
เวลารายการท่องเที่ยว
02.00 น.พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 6 เคาน์เตอร์ N สายการบินดรุ๊กแอร์
04.30 น.
ออกเดินทางสู่ภูฏาน โดยสายการบินดรุ๊กแอร์ เที่ยวบินที่ KB121
08.10 น.

ถึง สนามบินพาโร เมืองหน้าด่านในหุบเขาแสนสวย ที่มีภูมิประเทศเหมาะที่สุดในการก่อสร้างสนามบินของภูฏาน  เพลินชมอาคารที่พักผู้โดยสาร ซึ่งออกแบบก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม อันมีเอกลักษณ์ทางศิลปที่น่าทึ่ง ด้วยการใช้วัสดุเป็นเครื่องไม้ เข้าสลักเชื่อมต่อกันโดยไม่ต้องใช้ตะปูประดับลวดลายด้วยสีสันของภาพจิตรกรรม  และการแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง ส่วนที่เป็นหลังคาจะใช้การซ้อนแผ่นไม้ แล้วทับไว้ด้วยก้อนหินใหญ่เพื่อป้องกันความเสียหายจากแรงลมและหิมะตก


ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
ก่อนผ่านพิธีการเข้าประเทศ ให้ท่านแลกเงินงุลดรัม ที่สนามบินพาโร

จากนั้น

นำเดินทางด้วยรถมินิบัสเข้าสู่ดินแดนสุขาวดีบนเทือกเขาหิมาลัย  จากนั้นนำท่านเดินทางด้วยรถมินิบัส สู่ เมืองหลวงทิมพ ผ่านชมทางหลวงแผ่นดินสายหลักของประเทศ เข้าสู่เขตช่องเขาตามแนวแม่น้ำพาชู  แวะถ่ายรูป สำนักสงฆ์ตัมโช ที่มีสะพานแขวนทอดข้ามแม่น้ำซึ่งสร้างโดยพระโยคีลามะ ในศตวรรษที่15 ชื่อThangtong Gyalpo ที่ เดินทางมาจากทิเบตเพื่อต้องการมาหาแร่เหล็ก และท่านได้คิดค้นการทำโซ่เหล็กเป็นครั้งแรก (มีจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์พาโร)  นำเดินทางต่อไปผ่านชมเจดีย์สามองค์ริมฝั่งแม่น้ำ ซึ่งเป็นเจดีย์แบบทิเบต ภูฏาน และเนปาลที่จุดบรรจบของแม่น้ำพาชูกับแม่น้ำทิมพูชู ที่บริเวณด่านชูซอม เดินทางต่อท่ามกลางทิวทัศน์แสนสวยแปลกตาสู่ นครหลวงทิมพู ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,350 เมตร

เที่ยงรับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารสุโขทัย
 

ทางบริษัทได้จัดเตรียมชุด “คีรา” และ “โค” ชุดประจำชาติของภูฏานให้ท่านได้สวมใส่เที่ยวในเมืองทิมพู นำแวะชมวิวบนเนินเขา คุนเซลโพดรัง Kuenselphodrang เหนือตัวเมืองในจุดที่มีฮวงจุ้ยดีที่สุดในประเทศภูฏาน พร้อมนมัสการพระพุทธรูปหล่อสัมริดประทับนั่งกลางแจ้ง สูง 51.50 เมตร องค์ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเกิดขึ้นมาจากการรวมพลังของชาวพุทธจากทั่วโลก โดยได้ต้นแบบมาจากพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ในสถูปพุทธคยา ประเทศอินเดีย จากนั้นนำชม อนุสรณ์สถาน หรือมหาสถูปที่พระเจ้าจิกมี ดอร์จี วังชุก กษัตริย์องค์ที่3 หรือพระบิดาแห่งภูฏานยุคใหม ที่ปกครองภูฏาน ในช่วงปี ค.ศ.1952 – 1972  ทรงมีพระประสงค์จะสร้างสถูปเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา แทนสัญลักษณ์ กาย วาจาและใจ ของพระพุทธศาสนา แต่ท่านได้เสด็จสวรรคตเสียก่อน สมเด็จพระราชินีจึงได้ดำเนินการสร้างต่อจนแล้วเสร็จ หลังจากนั้นนำเข้าชมภายใน “ทิมพู ซอง” Thimpu Dzong หรือมีชื่อเป็นทางการว่า  ตาชิโช ซอง” ซึ่งเป็นป้อมปราการที่ตั้งของสำนักพระราชวัง และทำเนียบรัฐบาล มีห้องทำงานมาก กว่า 100 ห้อง  

 

ในส่วนของมหาอารามนั้นจะมีตำหนักที่ประทับฤดูร้อนของสมเด็จพระสังฆราช ในส่วนของซองแห่งนี้จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ได้เฉพาะในส่วนของบริเวณวัด ซึ่งที่ในโบสถ์มีพระประธานเป็นพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี พระโพธิสัตว์  ท่านคุรุปัทมสัมภวะ และท่านซับดรุง งาวังนัมเกลซึ่งเป็นผู้รวบรวมชนเผ่าจนเกิดเป็นประเทศภูฏาน ชมการตกแต่งภาพจิตรกรรมฝาผนังและผ้าพระบทที่เล่าเรื่องราวในพุทธศาสนา โดยเฉพาะเรื่องราวของการแสดงบารมีในปางต่างๆของ “พระปัทมสัมภวะ” หรือ “พระปทุมสมภพ”  (แปลว่าผู้กำเนิดจากดอกบัว) เป็นภาคหนึ่งของพระพุทธเจ้าตามแนวคิดของนิกายมหายาน

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตราคารของโรงแรม
ที่พัก
Ramada Thimphu  Hotel หรือ เทียบเท่า
ทิมพู –ปูนาคา – ทิมพู
เวลารายการท่องเที่ยว
  เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้า ออกเดินทางเข้าสู่เขตเทือกเขาสูงที่อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าสนกึ่งป่าดงดิบ จนถึงช่องเขา “โดชูลาพาส” หรือ ช่องเขาศิลาที่มีระดับความสูง  3,145 เมตร ซึ่งมีกลุ่มสถูป  “ดรุค วังเกล”  หรือสถูปแห่งความเป็นสิริมงคลและ สันติสุขของแผ่นดิน 108 องค์ ที่สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระราชินี  อะชิ ดอร์จิ วังโม วังซุก (ร.4) เพื่อ ถวายพระโพธิสัตว์และพระอรหันต์108 องค์และเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความสงบสุขที่เกิดขึ้นหลังจากการปราบกบฏอัสสัมที่เข้ามาใช้พื้นที่ประเทศภูฏานในการต่อสู้กับรัฐบาลอินเดีย


ขอเชิญทุกท่านแวะชิมชา กาแฟและขนมว่างท่ามกลางบรรยากาศแสนสวยสุดแสนโรแมนติค ณ จุดชมวิวบนเขา  ซึ่งในวันที่อากาศสดใสจะมองเห็นยอดเขาโต๊ะที่มียอดแบนราบเหมือนโต๊ะและยอดเขาอื่นๆบนเทือกเขาหิมาลัย ที่สูงกว่า 7,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล จากนั้นนำเดินทางข้ามภูเขาที่สูงเหนือม่านเมฆ สัมผัสกลิ่นหอมของดอกไม้ป่า ชมวิวบนเทือกเขาและเพลินชมหมู่บ้านกลางหุบเขาที่มีการทำนาแบบขั้นบันได เลาะเลียบแม่น้ำ Puna Tsang Chhu  เข้าสู่เมืองหลวงเก่า ปูนาคา (Punakha) ที่มีภูมิประเทศสูงจากระดับน้ำทะเล 1,300 เมตร  และมีอากาศที่อบอุ่นกว่าเมืองทิมพู ด้วยเหตุนี้กษัตริย์ภูฏานและ สมเด็จพระสังฆราชจะทรงเสด็จแปรพระราชฐานมาปูนาคาในฤดูหนาว (เดือน พ.ย - เม.ย) ปูนาคาจึงเปรียบเสมือน  “เมืองหลวงฤดูหนาว” (Winter Capital) ในขณะ ที่ทิมพูเป็น “ เมืองหลวงฤดูร้อน ”(Summer Capital) และเป็น เมืองหลวงทางราชการ นำท่านเข้าชม “ปูนาคา ซอง” (Punakha Dzong)  ซึ่งเป็นซองขนาดใหญ่ และสำคัญที่สุด เป็นสถานที่เก็บ พระอัฐิ ของท่านธรรมราชาซับดรุง งาวัง นัมเกล ผู้รวมชาติภูฏาน และ ยังเป็นสถานที่ ซึ่งพระเจ้าอุกเยน วังชุก กษัตริย์พระองค์แรก ได้กระทำพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์แห่งภูฏาน  เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2450 ( ต่อมาจึงกำหนดให้ทุกวันที่ 17  ธ.ค. เป็นวันชาติภูฏาน)  ภายในซองแห่งนี้มีพระตำหนักและท้องพระโรงซึ่งใช้เป็นสถานประกอบพระราชพิธีต่างๆ ยังมีศาลาว่าการเมือง ลานสนามหลวง มหาธาตุเจดีย์ หอพระ โบสถ์ วิหาร กุฏิพระลามะ ที่สร้างขึ้นในซองนี้ถึง 21 แห่ง  มีภิกษุสามเณรจำพรรษากว่า  6,000 รูป แม้จะเคยเกิดไฟไหม้ถึง 6 ครั้ง เกิดน้ำท่วม และแผ่นดินไหว แต่ปูนาคา ซอง ก็ยังคงความงามสง่า  “ ปูนาคา ซอง ”มีตำนานเป็นพุทธทำนายโดย  “คุรุริมโปเช” หรือท่าน “คุรุปัทมสัมภวะ” ว่า ณ ที่แห่งนี้จะมีบุรุษนาม “นัมเกล” มาสร้างป้อมปราการเป็นสังฆมณฑล(ซอง) ขึ้นที่บริเวณด้านหน้าภูเขารูปงวงช้างที่มีแม่น้ำสองสายมาบรรจบกัน  ซึ่งคำทำนายนั้นได้กลายเป็นความจริง   เมื่อท่านซับดรุง  งาวัง  นัมเกล  พระลามะผู้ที่ได้นำพระบรมสารีริกธาตุจากทิเบตเข้ามาประดิษฐานในภูฏาน และได้สร้าง “เซอรี่ดอร์จีซอง”และ“ซิมโทกา ซอง”ในบริเวณช่องเขาเมืองทิมพู  เพื่อใช้เป็นสำนักเพื่อการประกาศศาสนา  ในปีพ.ศ.2163และพ.ศ.2172ตามลำดับ หลังจากนั้นจึงมาสร้าง“นาคา ซอง”ขึ้นในปีพ.ศ.2182  ณ จุดบรรจบลำน้ำโม (โม=ผู้หญิง)  กับลำน้ำ โป (โป=ชาย)ที่รวมกันเป็นแม่น้ำ ปูนาซัง ซึ่งในบริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งสำนักของนักบวชโยคีมาก่อน  ท่านได้รับแรงศรัทธาอย่างมากมาย จึงได้รับยกย่องให้เป็น “ซับดรุง” หมายถึง “ ผู้พิชิตที่ศัตรูจะต้องสยบแทบเท้า”จากนั้นก็ได้สร้าง “ตาชิโช  ซอง” ที่ทิมพูอีกหนึ่งแห่งในปีพ.ศ.2184  แล้วก็ได้ประกาศการเป็นพระสังฆธรรมราชาเพื่อการเผยแผ่ศาสนานิกายนิงมาปาหรือดรุ๊กปาและได้รวมชาติของชนเผ่าต่าง ๆ จนเกิดเป็นราชอาณาจักรภูฏานในเวลาต่อมา)

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรม Zhingkham resort
จากนั้นนำเดินทางสู่หมู่บ้านโลเบซ่า(Lobesa) ที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ได้ตกแต่งผนังอาคารบ้านเรือนด้วยรูปอวัยวะเพศชายตามความเชื่อเรื่องสิริมงคลแห่งการป้องกันสิ่งชั่วร้ายและพลังของการให้กำเนิดชีวิต เพลิดเพลินชมท้องทุ่งนากลางหุบเขา แล้วนำเข้าสู่ วัดชิมิ (Chimi Lhakhang) หรือ วัดแห่งการเกิด ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 โดยท่าน Drukpa Kuenley นักบวชลามะผู้ที่เต็มไปด้วยเวทย์มนต์พลังลึกลับและอิทธิปาฏิหาริย์ ท่านได้สะกดวิญญาณนางปีศาจร้ายที่แฝงตัวมาในรูปของสุนัขสีแดงเอาไว้ใต้เจดีย์ด้วยเครื่องมือที่เป็นรูปอวัยวะเพศชาย ทำให้วัดแห่งนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า No Dog Temple และยังได้เนรมิตรแพะผสมวัวให้กลายเป็นตัวทาคินอีกด้วย ชาวภูฏานจึงนิยมมาขอพรเพื่อเพิ่มพลังให้ชีวิตและการขอบุตรกันที่วัด “ชิมิลาคัง” ซึ่งในโบสถ์จะมีรูปบูชาของท่าน และจะมีพระลามะทำพิธีให้พรด้วยการใช้เครื่องหมายเพศชายและคันธนูเคาะเบาๆที่ศีรษะ  จากนั้นจะรินน้ำมนต์ ซึ่งตามธรรมเนียมเราต้องใช้ฝ่ามือทั้งสองรับน้ำมนต์มาแตะที่ริมฝีปากก่อนที่จะนำไปลูบที่ศรีษะ

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองทิมพู แวะชม ซิมโทกาซอง(Simtokha Dzongซึ่งเป็นซองที่เก่าแก่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศ สร้างขึ้นในสมัยรวมชาติ ใช้เป็นโรงเรียนสอนภาษา“ซองคา”ซึ่งเป็นภาษาประจำชาติ และใช้เป็นโรงเรียนสอนศาสนาสำหรับสามเณรลามะ

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ของโรงแรม
ที่พัก
Ramada Thimphu  Hotel หรือ เทียบเท่า
ทิมพู – วัดตั๊กซัง - พาโร
เวลารายการท่องเที่ยว
  เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้านำนั่งรถมินิบัสเข้าสู่เส้นทางหลวงเลาะเลียบแม่น้ำ ทิมพูชู 


สู่เมืองพาโร  เข้าสู่บริเวณเชิงเขา จากนั้นนำเดินเท้า(หรือขี่ม้า)ขึ้นสู่ยอดเขา  ซึ่งแบ่งการเดินออกเป็น2ช่วง  ใช้เวลาช่วงละประมาณ 2 ชั่วโมง ที่ระดับความสูงเฉลี่ย2,000-3,000เมตร ในเส้นทางแสวงบุญของชาวพุทธมหายานที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก  ขอเชิญแวะพักเหนื่อยชมภาพมหัศจรรย์ของวัดตั๊กซังที่เกาะเกี่ยวอยู่บนหน้าผาสูง ดื่มชากาแฟที่จุดชมวิวTaktshang Cafeในช่วงที่1 (เป็นจุดที่ตั้งภัตตาคารอาหารกลางวัน) จากนั้นท่านที่ยังมีพลังศรัทธาแรงกล้าจะร่วมกันเดินข้ามเขาในช่วงที่สอง เข้าสู่วัดตั๊กซัง หรือวัดถ้ำเสือ ซึ่งเป็นวัดถ้ำ13วัดที่สร้างเกาะเกี่ยวกันอยู่บนหน้าผาที่ดูเหมือนวิมานสวรรค์ล่องลอยอยู่เหนือกลุ่มเมฆ  นับเป็นวัดที่น่ามหัศจรรย์1ใน10ของโลก  และมีความสำคัญที่สุดของชาวภูฏาน ซึ่งทุกคนจะต้องขึ้นไปให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิต ...ตามตำนาน ที่เชื่อกันว่า ถ้ำเสื้อหรือรังเสือ แห่งนี้คือสถานที่ๆ กูรู ริมโปเช หรือ ท่านปัทมสัมภวะ ผู้เป็นปรมาจารย์แห่งคำสอนแบบ วัชรญานตันตระที่เดินทางโปรดสัตว์มาจากทิเบต ได้ขี่นางเสือ ขึ้นไปสร้างสมบุญบารมีนั่งวิปัสสนากรรมฐานบำเพ็ญสมาธิภาวนาอยู่ในถ้ำนานถึง3เดือน  ก่อนที่ท่านจะได้ประกาศคำสอนสู่สานุศิษย์เพื่อเผยแผ่พระศาสนาสู่ดินแดนพุทธภูมิภูฏาน ในพุทธศตวรรษที่12
เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ Takshang café 
อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย และอิสระช็อปปิ้งที่เมืองพาโร

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ของโรงแรม
ที่พักLe Meridian Paro หรือ เทียบเท่า
พาโร – กรุงเทพ ฯ
เวลารายการท่องเที่ยว
  เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำเข้าชม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเมืองพาโร ซึ่งกษัตริย์ จิกมี่ ดอร์จิ วังชุก รัชกาลที่ 3  ผู้เป็น “บิดาแห่งภูฏานยุคใหม่” ได้รวบรวมศิลปวัตถุเก็บไว้ใน “ป้อมกลมหอรบโบราณ” หรือ ตาซอง พระองค์ได้จัดทำป้อมกลมให้เป็นพิพิธภัณฑ์ ใน พ.ศ.2511 ต่อมาได้เกิดแผ่นดินไหวที่ทำให้ป้อมโบราณเสียหาย  จึงได้สร้างอาคารพิพิธภัณฑ์หลังใหม่ขึ้นมาแทนที่  ชมหน้ากากที่ใช้สวมแสดงในงานเทศกาลสำคัญจากทั่วประเทศ  ชมงานพุทธศิลป์ของการทำผ้าพระบท (ตังกา)  ภาพแผนภูมิศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธนิกายวัชรยาน (มันดาลา) เครื่องแต่งกาย สิ่งของเครื่องใช้ อาวุธ  เครื่องดนตรี  คัมภีร์ทางศาสนา  ความรู้ทางชีววิทยาบนเทือกเขาหิมาลัย  จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าชม พาโร ซอง ที่สร้างขึ้นริมฝั่งแม่น้ำพาชู เป็นสัญลักษณ์สำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณของชาวภูฏาน ซอง คืออาณาบริเวณที่ใช้เป็นป้อมปราการ พระราชวัง  อารามหลวง หอบูชาพระพุทธเจ้า  พระโพธิสัตว์และพระอรหันต์  เป็นศูนย์ราชการ  โรงเรียนสอนศาสนา สถานที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์  และเป็นลานเอนกประสงค์ ซึ่งในทุกเขตการปกครองจะมีซองประจำเขตของตนเองการออกแบบซองทุกแห่งจะได้แนวคิดมาจากแผนภูมิของจักรวาลที่มีศูนย์กลางเป็นพุทธภูมิ ซึ่งเป็นความเชื่อของลัทธิตันตรยาน วัชรยานและมหายาน  และพาโรซองแห่งนี้ก็ยังได้เคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์พุทธประวัติ เรื่องLittle Buddha  เมื่อปีค.ศ.1991 ฉะนั้นการเข้าไปในซองทุกแห่งจะต้องแสดงการเคารพ ด้วยการแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ไม่เป็นชุดสั้น ไม่ใส่เสื้อยืดแขนสั้น  ไม่กางร่ม และไม่สวมหมวก ส่วนชาวภูฏานทุกคนจะต้องสวมชุดประจำชาติ

เที่ยง
รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร

เดินทางสู่ วัดคิชู (Kichu Temple) อายุ1,300 ปี วัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของภูฏานที่ตามประวัติว่าสร้าง ตั้งแต่สมัยที่ภูฏานยังเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของทิเบต  ซึ่งกษัตริย์ซองเซนกัมโป  ที่ชาวทิเบตยกย่องว่า เป็นผู้อัญเชิญศาสนาพุทธสายวัชรยานตันตระมาประดิษฐาน ในทิเบต และโปรดให้สร้างวัดขึ้น 108 แห่ง เพื่อตอกหมุดสะกดอวัยวะ 108 จุดของยักษ์ตนหนึ่งซึ่งนอนแผ่ขวางกั้นการประกาศพระธรรมจักรบนเทีอกเขาหิมาลัย  โดยที่พระองค์ทรงมุ่งหมายที่จะให้สัจธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเผยแผ่ไปทั่วดินแดนแห่งนี้  จุดที่สร้างวัดคิชูที่เมืองพาโรเป็นเท้าซ้ายของยักษ์ 

นำเข้าชมวิหารเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกษัตริย์ ซองเซน กัมโป ซึ่งตรงบริเวณพื้นไม้เบื้องหน้าพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี มีร่องรอยบุ๋มลึกอย่างชัดเจน  เนื่องจากมีผู้แสวงบุญจำนวนมากมายืนก้มลงกราบพระแบบ  “อัษฎางคประดิษฐ์” ซ้ำ ๆ กันเป็นเวลานานนับพันปี  ขอเชิญชมต้นสนไซเปรสไม้ประจำชาติต้นเก่าแก่ที่หน้าวัด

จากนั้นนำเดินทางสู่สนามบินเมืองพาโร
16.05 น.ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ ด้วยสายการบินดรุ๊กแอร์ เที่ยวบินที่ KB140
 21.50 น.
ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ มิรู้ลืม
ติดต่อตลาดทัวร์
 02-184-6990
(จันทร์ - เสาร์ 09.00 - 18.00 น.)
ติดต่อตลาดทัวร์ แมกกาซีน
-->