ทัวร์เเกรนด์ตุรกี เอเฟซุส ปามุคคาเล่ เกอเรเม่ 10วัน 7คืน บิน(QR)

8,577
SAVE 1,000.-
3% OFF
ทัวร์เเกรนด์ตุรกี เอเฟซุส ปามุคคาเล่ เกอเรเม่ 10วัน 7คืน บิน(QR)
สนใจจองทัวร์ โทร. 02-184-6990 ,02-184-6991

ไปเที่ยวด้วยกันขอเสนอ ทัวร์ตุรกี นำชม เมืองโบราณเอเฟซุส เมืองโบราณยุคกรีกโรมัน สัมผัสความงามของ ปามุคคาเล่ มรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม สัมผัสความงดงามของ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ ชม พระราชวังทอปคาปี ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้นำท่าน ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส หนึ่งช่องแคบเลื่องชื่ออันดับต้นๆของโลก

รหัสทัวร์:
TR_QR00009
ประเทศ:
ทัวร์ตุรกี
สายการบิน:
Qatar Airways
฿31,900
฿30,900
ราคาเริ่มต้น/ท่าน
(ราคานี้รวมทุกอย่างแล้ว ยกเว้นค่าทิปไกด์)
  • ขาไป: QR 837 (02.10 น.-05.30 น.)
    เปลี่ยนเครื่อง: QR 347 (07.00 น.-11.40 น.)
  • ขากลับ: QR 240 (13.25 น.-17.30 น.)
    เปลี่ยนเครื่อง: QR 830 (20.05 น.-07.05 น.)
  • บริการอาหารบนเครื่อง
  • น้ำหนัก 30 kg.

รายละเอียดวันเดินทาง

  วันเดินทางไป-กลับ ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง เด็กทารก พักเดี่ยว
booking 22 พ.ย. - 01 ธ.ค. 62 33,900
32,900
33,900
32,900
33,900
32,900
0 10,000
booking 25 พ.ย. - 04 ธ.ค. 62 33,900
32,900
33,900
32,900
33,900
32,900
0 10,000
booking 29 พ.ย. - 08 ธ.ค. 62 34,900
33,900
34,900
33,900
34,900
33,900
0 10,000
booking 02 ธ.ค. - 11 ธ.ค. 62 34,900
33,900
34,900
33,900
34,900
33,900
0 10,000
booking 06 ธ.ค. - 15 ธ.ค. 62 34,900
33,900
34,900
33,900
34,900
33,900
0 10,000
booking 09 ธ.ค. - 18 ธ.ค. 62 34,900
33,900
34,900
33,900
34,900
33,900
0 10,000
booking 27 ธ.ค. - 05 ม.ค. 63 44,900
43,900
44,900
43,900
44,900
43,900
0 10,000
booking 30 ธ.ค. - 08 ม.ค. 63 44,900
43,900
44,900
43,900
44,900
43,900
0 10,000

รายละเอียดโปรแกรมทัวร์ตุรกี

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
เวลา รายการท่องเที่ยว
23.00 น. สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบินกาต้าร์แอร์เวย์ พร้อมเจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง
โดฮา - อิซเมียร์ - เมืองโบราณเอเฟซุส - ปามุคคาเล่
เวลา รายการท่องเที่ยว
02.10 น. ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR 837
05.30 น. เดินทางถึงประเทศกาตาร์ ให้ท่านแวะพักเปลี่ยนเครื่อง (ในเวลาเปลี่ยนเครื่องประมาณ 2 ชั่วโมง)
07.00 น. ออกเดินทางสู่ เมืองอิซเมียร์ โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR 347
11.40 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานอิดนัน เมรเดเรส ประเทศตุรกี หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้า เมือง และด่านศุลกากรเรียบร้อยแล้ว
  นำท่านเดินทางเข้าสู่ “เซลจุก” ( SELCUK) เมืองโบราณขนาดเล็กไม่ไกลจากเมืองโบราณในเอเฟซุส จากนั้น นำท่านชม “โรงงานเครื่องหนัง” ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังของประเทศตุรกี จากนั้น นำท่านชม “เมืองโบราณเอเฟซุส” (EPHESUS) หรือเอเฟส เมืองโบราณยุคกรีกโรมัน เป็นเมืองเก่ายุคจักรวรรดิโรมันที่ถือว่าเจริญรุ่งเรืองด้วยศิลปะวิทยาการ มีระบบวางท่อน้ำ หอสมุด และอื่นๆรวมทั้งโรงละครใหญ่ทรงโค้งแบบพิมพ์นิยมของกรีกโบราณ มีลานกว้างตรงกลาง แบ่งที่นั่งคนดูเป็น 3 ชั้นตามระดับความสำคัญไล่ไปจนถึงคนธรรมดาสามัญ ใช้เป็นที่เป็นที่ประชุม จัดแสดงละครและการต่อสู้สิงสาราสัตว์ของเหล่าทาส ได้เวลาอันสมควร นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองปามุคคาเล่” (PAMUKKALE) คำว่า “ปามุคคาเล่” ในภาษาตุรกี หมายถึง “ปราสาทปุยฝ้าย” PAMUK หมายถึง ปุยฝ้าย และ KALE หมายถึง ปราสาท เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูนผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ไหลรินลงมาจากภูเขา “คาลดากึ” ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ รินเอ่อล้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำ ปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้วเป็นแอ่งเป็นชั้นลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศเกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติอันสวยงามแปลกตาและโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ยากจะหาที่ใดเหมือน จนทำให้ปามุคคาเล่ ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปีค.ศ. 1988
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
ที่พัก TRIPOLIS HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
ปามุคคาเล่ - เฮียราโพลิส - ปราสาทปุยฝ้าย - คอนย่า - พิพิธภัณฑ์เมฟลานา
เวลา รายการท่องเที่ยว
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
  นำท่านชม “นครโบราณเฮียราโพลิส” หรือนครศักดิ์สิทธิ์ ( HIERAPOLIS) สันนิษฐานกันว่ามีอายุประมาณ 2,200 ปี เพราะถูกสร้างขึ้นก่อนคริสตกาล ในยุคของกษัตริย์ยูเมเนสที่ 2 แห่งอาณาจักรเพอร์กามอน โดยสร้างให้อยู่ใกล้กับแอ่งน้ำแร่ร้อนปามุคคาเล่ แต่หากถอดความคำว่าเฮียราโพลิส หมายถึง เมืองแห่งความศักดิ์สิทธ์ เช่นเดียวกับเมืองทุกเมืองที่มียุครุ่งโรจน์และยุคเสื่อมถอยเฮียราโพลิสเองก็เป็นแบบนั้น หลังจากเมืองนี้ถูกยกให้พวกโรมัน ก็เกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงจนเมืองย่อยยับ ประมาณปลายศตวรรษที่ 2 เฮียราโพลิส ค่อยๆถูกบูรณะฟื้นฟูขึ้นใหม่ จนก้าวสู่ศตวรรษที่ 3 ด้วยความรุ่งโรจน์สุดๆแต่เวลาเคลื่อนไปถึงศตวรรษที่ 7 ก็ถึงยุคเสื่อม เมื่อถูกข้าศึกต่างถิ่นรุกราน นอกจากนี้ยังได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว นชม “ปราสาทปุยฝ้าย” (COTTON CASTLE) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน นำท่านชมหน้าผาที่ขาวกว้างใหญ่ด้านข้างของอ่างน้ำ เป็นรูปร่างคล้ายหอยแครงและน้ำตกแช่แข็ง ถ้ามองดูจะดูเหมือนสร้างจากหิมะ เมฆหรือปุยฝ้าย น้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูน ห้อยย้อยเป็นรูปร่างต่าง ๆ อย่างมหัศจรรย์ น้ำแร่นี้ มีอุณหภูมิประมาณ 33-35 องศาเซลเซียส ประชาชนจึงนิยมไปอาบหรือนำมาดื่ม เพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต ในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคได้
กลางวัน บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำคณะท่านออกเดินทางสู่ “เมืองคอนย่า” (KONYA) เป็นเมืองที่นิยมใช้เป็นจุดพักของการเดินทางในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจุกเติร์ก ซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งแรกของชาวเติร์กในตุรกีหรือที่ยุคนั้นเรียก อนาโตเลีย เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ นำท่านชม “พิพิธภัณฑ์เมฟลานา” (MEVLANA MUSEUM) อาคารหลังใหญ่ที่มีโดมสีเขียวทรงแปลกตาหลังนี้แม้จะเป็นพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบัน แต่ในอดีตแล้วที่นี่คือสถานที่สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอิสลามที่สร้างโดย “เมฟลานา เจลาลุดดีน รูมี” ( MEVLANA CELALEDDIN RUMI) และบรรดานักบวชในศาสนาจะใช้เป็นที่สวดมนต์ทำสมาธิด้วยวิธีการอดอาหารเพื่อทรมานตัวเองแล้วไปเดินหมุนวนเป็นวงกลมพร้อมกับการทำจิตให้สงบด้วยการฟังเสียงขลุ่ยเรียกวิธีนี้ว่า “WHIRLING DERVISHES” ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์จะมีสวนสวยริมทางเดินที่ปูด้วยแผ่นหิน ส่วนพิพิธภัณฑ์นั้นก็ยังตกแต่งอย่างสวยงาม แต่ก็เป็นไปในรูปแบบของมุสลิมด้านหนึ่งของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเป็นสุสานของ เมฟลานา เจลาลุดดีน รูมี ผู้สร้าง ตลอดจนคนในครอบครัวและกลุ่มลูกศิษย์ผู้ติดตามรับใช้ใกล้ชิดท่านด้วย อีกทั้งในวันที่ 17 ธันวาคมของทุกปีจะมีการเฉลิมฉลองวันครบรอบการจากไปของเมฟลานาเมื่อปี ค.ศ. 1271
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
ที่พัก OZKAYMAK HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
คอนย่า - คัปปาโดเกีย - พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ - นครใต้ดิน - อุชิซาร์
เวลา รายการท่องเที่ยว
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
  นำท่านเดินทางสู่ “เมืองคัปปาโดเกีย” (CAPPADOCIA) เมืองที่มีลักษณะภูมิประเทศสวยงามมาก ซึ่งองค์การยูเนสโก้ได้ประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลก นำท่านชม “เมืองคัปปาโดเกีย” (CAPPADOCIA) ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์แปรสภาพเป็นหุบเขาร่องลึก เนินเขา กรวยหิน และเสารูปทรงต่าง ๆ ที่งดงาม คัปปาโดเกีย เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไทต์(ชนเผ่ารุ่นแรกๆ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า ดินแดนม้าพันธุ์ดีตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกีเป็นพื้นที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และ ภูเขาไฟฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีที่แล้ว เถ้าลาวาที่พ่นออกมาและเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายทั่วบริเวณจนทับถมเป็ น แผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมา จากนั้นกระแส น้ำ ลม ฝน แดด และหิมะ กัดเซาะกร่อนหิน แผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อย ๆ นับแสนนับล้านปีจนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูป แท่ง กรวย ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง ดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายจนผู้คนในพื้นที่เรียกขานกันว่า ปล่องไฟนางฟ้า ในปีค.ศ. 1985 ยูเนสโกได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี
กลางวัน บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านชม “พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่” (GOREME OPEN AIR MUSEUM) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ ชม “นครใต้ดิน” (UNDERGROUND CITY) เมืองใต้ดินของตุรกีมีอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งมีอุโมงค์เชื่อมต่อถึงกัน เป็นสถานที่ที่ผู้นับถือศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมันที่ต้องการทำลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ เมืองใต้ดินที่มีขนาดใหญ่ แต่ละชั้นมีความกว้างและสูงขนาดเท่าเรายืนได้ ทำเป็นห้อง ๆ มีทั้งห้องครัวห้องหมักไวน์ มีโบสถ์ ห้องโถงสำหรับใช้ประชุม มีบ่อน้ำและระบบระบายอากาศที่ดี แต่อากาศค่อนข้างบางเบาเพราะอยู่ลึกและทางเดินบางช่วงค่อนข้างแคบจนเดินสวนกันไม่ได้ จากนั้น นำท่านสู่ “อุชิซาร์” (UCHISAR) หนึ่งในความมหัศจรรย์ของคัปปาโดเกีย หุบเขาอุซิซาร์ หุบเขาคล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งหุบเขาดังกล่าวมีรูพรุน มีรอยเจาะ รอยขุด อันเกิดจากฝีมือมนุษย์ไปเกือบทั่วทั้งภูเขา เพื่อเอาไว้เป็นที่อาศัย อุซิซาร์ คือ บริเวณที่สูงที่สุดของบริเวณโดยรอบ ในอดีตอุซิซาร์ มีไว้ทำหน้าที่เป็นป้อมปราการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเอาไว้สอดส่องข้าศึกยามมีภัยอีกด้วย จากนั้นนำท่านแวะ “ชมโรงงานทอพรม” (CARPET FACTORY) “โรงงานเซรามิค” (POTTERY) และ “ร้านจิวเวอร์รี่”(JEWELRY) สินค้าคุณภาพดี และขึ้นชื่อของประเทศตุรกี ให้เวลาท่านเลือกซื้อตามอัธยาศัยอิสระกับการเลือกซื้อสินค้า และของที่ระลึก ได้เวลาอันสมควร
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
ที่พัก AVRASYA HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
คัปปาโดเกีย - อังการา - บูร์ซ่า - สุสานสีเขียว
เวลา รายการท่องเที่ยว
05.00 น. สำหรับท่านที่สนใจ ขึ้นบอลลูน เพื่อชมความงามของพระอาทิตย์ขึ้น ท่านสามารถเลือกซื้อ OPTIONAL HOT AIR BALLOON TOUR ได้ ราคาประมาณ 230 USD ต่อท่าน (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) สำหรับประกันภัยที่ทำจากเมืองไทย ไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูน และ เครื่องร่อนทุกประเภท ดังนั้นการเลือกซื้อ OPTIONAL TOUR ขึ้นกับดุลยพินิจของท่าน)
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
  นำท่านเดินทางสู่ “กรุงอังการา” (ANKARA) (ระยะทาง 279 กม.) เมืองหลวงของประเทศตุรกี เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากอิสตันบูล ตั้งอยู่กึ่งกลางของประเทศและพัฒนาเติบโตขึ้นมา โดยได้รับอิทธิพลจากทั้งฝั่งยุโรปและตะวันออกกลาง จึงทำให้เป็นอีกเมืองที่มีความผสมผสานที่เเสนจะลงตัวเป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การมาสัมผัส นำทุกท่านเดินทางสู่ “สุสานอตาเติร์ก” (ATATURK MAUSOLEUM) (ระยะทาง 279 กม.)เป็นอนุสรณ์สถานและสุสานของ MUSTAFA KEMAL ATATURK ซึ่งเป็นผู้นำในสงครามกู้ อิสรภาพของตุรกีหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกี และประธานาธิบดีคนแรกเป็นสุสานของ ISMET INONU ประธานาธิบดีคนที่ 2 ของตุรกีด้วย อนุสรณ์สถานออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1944 - 1953 ในธนบัตรตุรกีที่พิมพ์ระหว่างปี 1966 - 1987 และ 1999 - 2009 จะเป็นรูปของ ANITKABIR ด้วย ี
กลางวัน บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ “เมืองบูร์ซา” (BURSA) (ระยะทาง 384 กม.) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของตุรกีซึ่งห่างจากอิสตันบูลประมาณ 235 มีพื้นที่ประมาณ 11,000 ตารางกิโลเมตร มีประชาการอาศัยอยู่ประมาณ 1.5 ล้านคน มีความสำคัญและใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของประเทศและเมืองนี้ ยังมีชื่อเสียงทางด้านเส้นไหมเพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างๆ ประมาณ 70% เพื่อนำไปทอเป็นพรมในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรออตโตมาน ตั้งแต่ปี ค.ศ.1326-1362 และ จากนั้นได้ย้ายเมืองหลวงไปตั้งที่เอดิร์เน ที่อยู่ทางด้านเหนือของกรุงคอนสแตนดิโนเปิล นำท่านชมความงามของ “มัสยิดเก่าแก่ของเมืองบูร์ซา” (GRAND MOSQUE) ภายในจะพบกับผลงานอันละเอียดอ่อน และประณีตของงานกระเบื้องประดับที่มีสีสันลวดรายที่ละเอียด และซับซ้อนอย่างพิสดารทั้งลายรูปวงกลม รูปดาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของศาสนาอิสลาม และรูปเรขาคณิต ชม “สุสานสีเขียว” (GREEN TOMB) หรือ YESIL MOSQUE สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา ที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองเบอร์ซา ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1491 - 1421 โดยสถาปนิกชื่อ HACILVAZ PASA โดยใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบเบอร์ซา อาคารสุเหร่ามีความโดดเด่นด้วยการใช้กระเบื้องหินอ่อนสีฟ้าเขียวในการตกแต่งผนังและเพดานด้านในก็ถูกตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสคสีฟ้าเขียวเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ภายในสุเหร่าแห่งนี้ ยังมีที่บรรจุศพของสุลต่านเมห์เมดที่ 1 และครอบครัว สถานที่แห่งนี้ จึงถือได้ว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่าของประเทศตุรกี
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
ที่พัก THIARA THERMAL HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
บูร์ซา - ชานัคคาเล่ - ม้าไม้เมืองทรอย
เวลา รายการท่องเที่ยว
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
  นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองชานัคคาเล่” (CANAKKALE) (ระยะทาง 265 กม.) ตั้งอยู่ริมทะเลมาร์มาร่าและติดกับทะเลอีเจียน ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านการท่องเที่ยว เพราะว่ามีซากโบราณสถานที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยโรมันหลายแห่ง
กลางวัน บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ “เมืองทรอย” (TROY) ปัจจุบันกรุงทรอยได้ตั้งอยู่ในเมืองชานัคคาเล่ ซึ่งได้มีการขุดค้นซากกรุงทรอยโดยนักโบราณคดีชาวเยอรมันชื่อเฮนริค ชไลแมนน์ ในปี 1870 ปัจจุบันเหลือเพียงซากที่ทับถมซ้อนกันถึง 9 ชั้น และอนุสรณ์อันยิ่งใหญ่อย่างม้าไม้เมืองทรอย นำชม ม้าไม้จำลองเมืองทรอย ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลศึกของนักรบโบราณซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้กรุงทรอยแตกสงครามม้าไม้ เป็นสงครามที่สำคัญตำนานของกรีกและเป็นสงครามระหว่างกองทัพของชาวกรีกและกรุงทรอยหลังจากสู้รบกันเป็นเวลาสิบปี กองทัพกรีกก็ได้คิดแผนการที่จะตีกรุงทรอย โดยการสร้างม้าไม้จำลองขนาดยักษ์ที่เรียกว่าม้าไม้เมืองทรอย โดยทหารกรีกได้เข้าไปซ่อนตัวอยู่ในม้าโทรจันแล้วก็ทำการเข็นไปไว้หน้ากรุงทรอยเหมือนเป็นของขวัญและสัญลักษณ์ว่าชาวกรีกยอมแพ้สงครามและได้ถอยทัพออกห่างจากเมืองทรอย ชาวทรอยเมื่อเห็นม้าโทรจันก็ต่างยินดีว่ากองทัพกรีกได้ถอยทัพไปแล้วก็ทำการเข็นม้าโทรจันเข้ามาในเมืองแล้วทำการเฉลิมฉลองเป็นการใหญ่เมื่อชาวทรอยนอนหลับกันหมด ทหารกรีกที่ซ่อนตัวอยู่ก็ออกมาจากม้าโทรจันแล้วทำการเปิดประตูเมืองให้กองทัพกรีกเข้ามาในเมืองแล้วก็สามารถยึดเมืองทรอยได้ ก่อนที่จะทำการเผาเมืองทรอยทิ้ง ี
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
ที่พัก IRIS HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
ชานัคคาเร่ - อิสตันบูล - สุเหร่าสีน้ำเงิน - พระราชวังทอปคาปี - สุเหร่าเซนต์โซเฟีย
เวลา รายการท่องเที่ยว
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
  นำท่านเดินทางสู่ “เมืองอิสตันบูล” (ISTANBUL) (ระยะทาง 423 กม.) เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายศตวรรษตั้งแต่ก่อนคริสตกาล อิสตันบูล ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป และทวีปเอเชีย สถาปัตยกรรมอันงดงามผสมผสานทั้ง 2 ทวีป ทำให้อิสตันบูลมีเอกลักษณ์เฉพาะที่พิเศษ
กลางวัน บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านชม “สุเหร่าสีน้ำเงิน” (Blue Mosque) หรือชื่อเดิม คือ สุเหร่าสุลต่านห์อาร์เหม็ดที่ 1 (Sultan Ahmed Mosque) **การเข้าชมสุเหร่าทุกแห่งจะต้องถอดรองเท้า ถอดหมวก ถอดแว่นตาดำ เป็นการเคารพสถานที่ ถ่ายรูปได้ ห้ามส่งเสียงดัง และกรุณาทำกิริยาให้สำรวม** สุเหร่านี้สร้างในปี 2152 เสร็จปี 2159 (1 ปีก่อนสุลต่านอาห์เหม็ดสิ้นพระชนม์ด้วยอายุเพียง 27 พรรษา) มีหอเรียกสวด อยู่ 6 หอ เป็นหอคอยสูงให้ผู้นำศาสนาขึ้นไปตะโกนร้องเรียกจากยอด เพื่อให้ผู้คนเข้ามาสวดมนต์ตามเวลาในสุเหร่า ชื่อสุเหร่าสีน้ำเงินภายในประดับด้วยกระเบื้องสีฟ้าจากอิซนิค ลวดลายเป็นดอกไม้ต่างๆ เช่น กุหลาบ ทิวลิป คาร์เนชั่น เป็นต้น ตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ภายในมีที่ให้สุลต่านและนางในฮาเร็มทำละหมาดและสวดมนต์โดยเฉพาะ มีหน้าต่าง 260 บาน สนามด้านหน้าและด้านนอกจะเป็นที่ฝังศพของกษัตริย์และพระราชวงศ์และจะมีสิ่งก่อสร้างที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทั่วไป เช่น ห้องสมุด โรงพยาบาล โรงอาบน้ำ ที่พักกองคาราวาน โรงครัวสาธารณะคุลีเรีย (KULLIYE) นำท่านเข้าชม “พระราชวังทอปคาปี” (TOPKAPI PALACE) ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าซึ่งถือเป็นเขตประวัติศาสตร์ที่ได้รับ การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985 พระราชวังทอปคาปี สร้างขึ้นโดยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 ในปี ค.ศ.1459 บนพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 4 ลานกว้าง และมีอาคารขนาดเล็กอีกจำนวนมาก ณ จุดที่สร้างพระราชวังแห่งนี้สามารถมองเห็นช่องแคบบอสฟอรัส โกลเดนฮอร์นและทะเลมาร์มาร่าได้อย่างชัดเจน ในช่วงที่เจริญสูงสุดของอาณาจักรออตโตมัน พระราชวังแห่งนี้มีราชวงศ์และข้าราชบริพารอาศัยอยู่รวมกันมากถึงสี่พันกว่าคน นำท่านเข้าชม “สุเหร่าเซนต์โซเฟีย” (SAINT SOPHIA) หรือ โบสถ์ฮาเจีย โซเฟีย 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ก่อนจะได้รับคัดเลือกเข้ารอบสุดท้ายให้เป็น 1 ใน 21 สิ่งมหัศจรรย์ยุคใหม่อีกครั้งในปี ค.ศ. 2007 เป็นต้นแบบสถาปัตยกรรมโบสถ์ของคริสต์ศาสนิกชนตะวันตกยุคไบเซนไทน์ (BYZANTINE) ทั้งนิกายออร์โธดอกซ์ และคาทอลิกกรีก ในอดีตเป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์ ปัจจุบันเป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
ที่พัก RAMADA ENCORE HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
อิสตันบูล - ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส - อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาทัน
เวลา รายการท่องเที่ยว
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
  นำคณะท่าน “ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส” (Bosphorus Cruise) ถือเป็นหนึ่งในช่องแคบเลื่องชื่ออันดับต้นๆของโลก เป็นพรมแดนธรรมชาติที่แบ่งอิสตันบูลออกจากยุโรปและเอเชีย ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมต่อกับทะเลดำ (THE BLACK SEA) เข้ากับทะเลมาร์มาร่า (SEA OF MARMARA) ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 32 ก.ม. ความกว้างตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 ก.ม. ถือว่าสุดขอบของทวีปยุโรปและสุดขอบของทวีปเอเชียมาพบกันที่นี่ ระหว่างการล่องเรือ ผ่านชม “พระราชวังโดลมาบาเชห์” (DOLMABAHCE PALACE) สร้างโดยสุลต่านอับดุล เมซิด (ABDUL MECIT) ในปี 2399 ใช้เวลาสร้างถึง 30 ปี สร้างด้วยหินอ่อน ศิลปะแบบตะวันออกผสมผสานกับตะวันตก ตัวอาคารยาวถึง 600 เมตร ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลมาร์มาราในช่องแคบบอสฟอรัสบนฝั่งทวีปยุโรป ได้เวลาอันสมควร จากนั้นชม “อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาทัน” (YEREBATAN SARAY) ซึ่งตั้งอยู่เยื้องกับวิหารเซนต์โซเฟียเพื่อเป็นที่เก็บน้ำสำหรับใช้ในพระราชวังสำรองไว้ใช้เมื่ออิสตันบูลถูกข้าศึกปิดล้อมเมือง
กลางวัน บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านสู่ “แกรนด์บาซาร์” (GRAND BAZAAR) ตลาดช้อปปิ้งที่ใหญ่และโด่งดังที่สุดในตุรกีเป็นตลาดสไตล์เตอร์กิชแท้ ๆ ภายในตลาดตกแต่งไว้อย่างสวยงามและเป็นตลาดเก่าแก่เปิดมานานกว่า 1,500 ปี ซึ่งสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1453 มีเนื้อที่ทั้งหมดเกือบ ๆ 200 ไร่ มีร้านค้าขายของต่าง ๆ มากถึง 5,000 ร้านค้า ที่ตลาด แกรนด์บาซ่าร์มีสินค้าให้เลือกมากมายไม่ว่าจะเป็นของกินเล่นขนมของตุรกีที่หาซื้อจากที่ไหนไม่ได้ ของที่ระลึกที่แนะนำก็จะเป็น ลูกปัดตาปีศาจ เครื่องราง ชา ผลไม้อบแห้ง ถั่วหลากชนิดเช่น ถั่วแมคคาดาเมีย พิตาชิโอ หรือจะเป็นขนมหวาน เตอร์กิสดีไลต์ เครื่องเทศ เซรามิก จาน ชาม แจกัน เครื่องดนตรีพื้นเมือง โคมไฟ พวงกุญแจหรือกระเบื้องเพนท์ติดผนัง และของที่ระลึกอื่น ๆ นำท่านเดินทางสู่ ตลาดเครื่องเทศ หรือ สไปช์มาร์เก็ต (SPICE MARKET) ตั้งอยู่ใกล้กับสะพานกาลาตา ตลาดตั้งอยู่ในร่มและเป็นตลาดใหญ่อันดับสองในอิสตันบูลรองจากแกรนด์บาร์ซาร์ ตลาดเครื่องเทศแห่งกรุงอิสตันบูลนี้สร้างตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1660 โดยเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์การค้า เยนี คามี รายได้จากค่าเช่าร้านส่วนหนึ่งจะนำมาบำรุงมัสยิดและกิจกรรมการกุศลอื่นๆ มักเรียกขานกันจนติดปากว่าตลาดอียิปต์ เพราะที่นี่มีชื่อเสียงในเรื่องสินค้าที่นำเข้าจากกรุงไคโร โดยสินค้าจะมีเครื่องเทศเป็นหลัก นอกจากเครื่องเทศ ถั่วชนิดต่างๆ รังผึ้ง และน้ำมันมะกอก ยังหาซื้อลูกฟิก ขนมเตอร์กิชดีไลท์ (LOKUM) ผลไม้ทั้งสดและแห้ง ของที่ระลึก เครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย ชาชนิดต่างๆ
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก RAMADA ENCORE HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
อิสตันบูล - โดฮา
เวลา รายการท่องเที่ยว
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
  สมควรแก่เวลา นำคณะท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานอิสตันบูล อาตาตูร์ก
13.25 น. เเหิรฟ้ากลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS  เที่ยวบินที่ QR 240
17.30 น. เดินทางถึงประเทศกาตาร์ ให้ท่านแวะพักเปลี่ยนเครื่อง
20.05 น. เหิรฟ้าสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS  เที่ยวบินที่ QR 830
กรุงเทพฯ
เวลา รายการท่องเที่ยว
07.05 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

 บทความที่เกี่ยวข้องกับทัวร์ตุรกี


ติดต่อตลาดทัวร์
 02-184-6990
(จันทร์ - เสาร์ 09.00 - 18.00 น.)
ติดต่อตลาดทัวร์ แมกกาซีน
-->