ทัวร์ยุโรป Fairytale Castle โปรตุเกส สเปน ดูไบ 10วัน 7คืน บิน(EK)

9,925
SAVE 1,000.-
2% OFF
ทัวร์ยุโรป Fairytale Castle โปรตุเกส สเปน ดูไบ 10วัน 7คืน บิน(EK)
สนใจจองทัวร์ โทร. 02-184-6990 ,02-184-6991

ไปเที่ยวด้วยกันขอเสนอ ทัวร์ยุโรป ถ่ายภาพกับอนุสาวรีย์ดิสคัฟเวอรี่เเละหอคอยเบเล็ง Belem Tower ชมมหาวิหารเจอโร นิโม Jeronimos Monastry ชมพระราชวังเปนา Pena National Palace พระราชวังฤดูร้อนที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือเมืองซินตร้า ชมแหลมโรกา Capo Da Roca จุดที่เป็นปลายด้านตะวันตกสุดของทวีปยุโรป ล่องเรือชมปลาโลมา Cave & Dolphin Watching Cruise อีกหนึ่งความประทับใจ ล่องเรือชมปลาโลมาที่ว่ายน้ำเล่นอยู่ในมหาสมุทรแอตเเลนติก ชมหาวิหารแห่งโทเลโด Toledo Cathedral เป็นวิหารที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสเปน รองจากวิหารเมืองเซบีญ่า

รหัสทัวร์:
EUL_EK00048
ประเทศ:
ทัวร์ยุโรป
สายการบิน:
Emirates
฿57,900
฿56,900
ราคาเริ่มต้น/ท่าน
(ราคานี้รวมทุกอย่างแล้ว ยกเว้นค่าทิปไกด์)
  • ขาไป: EK 385 (01.35 น.-04.45 น.)
    เปลี่ยนเครื่อง: EK 191 (07.25 น.-12.35 น.)
  • ขากลับ: EK 144 (22.05 น.-07.15 น.)
    เปลี่ยนเครื่อง: EK 374 (22.30 น.-08.00 น.)
  • บริการอาหารบนเครื่อง
  • น้ำหนัก 30 kg.

รายละเอียดวันเดินทาง

  วันเดินทางไป-กลับ ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง เด็กทารก พักเดี่ยว

รายละเอียดโปรแกรมทัวร์ยุโรป

กรุงเทพฯ
เวลา รายการท่องเที่ยว
22.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประตู 9 เคาน์เตอร์ T สายการบินเอมิเรตส์ โดยมีเจ้าหน้าที่ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
กรุงเทพฯ - ดูไบ - ลิสบอน - หอคอยเบเล็ง - มหาวิหารเจอโรนิโม
เวลา รายการท่องเที่ยว
01.35 น. ออกเดินทางสู่สนามบินดูไบ ด้วยเที่ยวบิน EK 385 ** คณะเดินทางวันที่ 30 ต.ค. 62 ออกเดินทางเวลา 01.05 น.และถึงดูไบ เวลา 05.00 น.**
04.45 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบรอเปลี่ยนเครื่อง
07.25 น. ออกเดินทางต่อด้วยเที่ยวบิน EK 191 ***คณะเดินทางวันที่ 30 ต.ค. 62 จะออกเดินทางเวลา 07.25 น.และไปถึงลิสบอน เวลา 12.00 น.***
12.35 น. ถึงสนามบินลิสบอน ประเทศโปรตุเกส (Portugal) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง และจะเปลี่ยนเป็น ชั่วโมงในวันที่ 28 ตุลาคม 2562) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านถ่ายภาพกับอนุสาวรีย์ดิสคัฟเวอรี่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1960 เพื่อฉลองการครบ 500 ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายเฮนรี่ เดอะเนวิเกเตอร์ แวะถ่ายรูปกับหอคอยเบเล็ง (Belem Tower) เดิมสร้างไว้กลางน้ำเพื่อเป็นป้อมรักษาการณ์ดูแลการเดินเรือเข้าออก เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเรือออกไปสำรวจ และค้นพบโลกของ วาสโก ดากามา นักเดินเรือชาวโปรตุเกส เป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมแบบมานูเอลไลน์ที่สวยงาม นำเข้าชมมหาวิหารเจอโร นิโม (Jeronimos Monastry) ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ วาสโกดากามา ที่เดินทางสู่อินเดียเป็นผลสำเร็จ ในปี ค.ศ.1498 จัดเป็นผลงานอันเยี่ยมยอดของงานสถาปัตยกรรมที่เรียกกันว่ามานูเอลไลน์ (Manueline) ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้นถึง 70 ปี จึงแล้วเสร็จสมบูรณ์ และได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ว่าให้เป็นมรดกโลก (UNESCO World Heritage)
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก RAMADA BY WYNDHAM หรือเทียบเท่า
ลิสบอน - เข้าชมพระราชวังเปนา - ซินทรา - แหลมโรกา - ลิสบอน
เวลา รายการท่องเที่ยว
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  นำท่าน เข้าชมพระราชวังเปนา (Pena National Palace) พระราชวังฤดูร้อนที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือเมืองซินตร้า หนึ่งเจ็ดสิ่งมหัศจรรยณ์ของโปรตุเกส ( 7 Wonders of Portugal) ในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโปรตุเกส โดยในอดีตเป็นที่ประทับของกษัตริย์โปรตุเกสมาตั้งแต่คริสต์ ศตวรรษที่ 14 โดยตัวปราสาทถูกสร้างต่อเติมหลายยุคสมัย เดิมเริ่มแรกตั้งแต่สมัยยุคกลางเป็นพียงโบสถ์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1493 King John II และ Queen Leonor สร้างต่อเติมจากโบสถ์ให้ใหญ่ขึ้นเป็นอารามเพื่อรำลึกถึงนักบุญ St.Jerome โดยภายในถูกตกแต่งประดับประดาอย่างวิจิตรงดงาม โดยเฉพาะพื้นกระเบื้องที่ว่ากันว่าสวยงามที่สุดในโปรตุเกส และในอดีตอารามแห่งนี้ได้ถูกฟ้าผ่าหลายต่อหลังครั้ง รวมทั้งได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปี 1755
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ชิมทาร์ตไข่โปรตุเกส)
บ่าย จากนั้นเดินทางสู่เมืองซินทรา (Sintra) อีกหนึ่งเมืองตากอากาศยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เป็นที่ตั้งของพระราชวังที่สวยงามที่ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลก ความร่มรื่นของเขตอุทยานเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดของชาวเมือง เป็นอีกเมืองที่มีสถาปัตยกรรมที่ค่อนข้างมีความโดดเด่นของแคว้นแกรนด์ลิสบอน ประเทศโปรตุเกส จากนั้นพาท่านเดินทางชมแหลมโรกา (Capo Da Roca) จุดที่เป็นปลายด้านตะวันตกสุดของทวีปยุโรป ซึ่งท่านสามารถซื้อใบประกาศนียบัตร (Certificate) เป็นที่ระลึกในการมาเยือน ณ ที่แห่งนี้
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก RAMADA BY WYNDHAM หรือเทียบเท่า
ลิสบอน - อัลบูเฟย์รา - ล่องเรือชมปลาโลมา - ฟารู
เวลา รายการท่องเที่ยว
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ภูมิภาคอังกราฟ (Algarve) อยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศโปรตุเกสที่มีความสวยงามของชายฝั่งมหาสมุทรแอตเเลนติก ตลอดตามแนวชายฝั่งระยะทางกว่า 150 กิโลเมตร เป็นภูมิภาคที่มีความสวยงามหลากหลาย รวมทั้งความงามของสภาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่าหลายเเห่งตั้งเเต่ยุคโรมัน เเละมีความดังในเรื่องของสนามกอล์ฟที่มีมากกว่า 35 แห่ง เดินทางจนถึงเมืองอัลบูเฟย์รา (Albufeira)
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย นำท่านล่องเรือชมปลาโลมา (Cave & Dolphin Watching Cruise) อีกหนึ่งความประทับใจ ล่องเรือชมปลาโลมาที่ว่ายน้ำเล่นอยู่ในมหาสมุทรแอตเเลนติก ท่านจะได้เพลิดเพลินกับความน่ารักของปลาโลมาแสนรู้ รวมถึงชมความสวยงามของถ้ำ หน้าผา ซุ้มหิน ที่ถูกกัดเซาะด้วยน้ำทะเล เกิดเป็นรูปร่างแปลตา และ สวยงาม องค์ประกอบรอบด้านที่ลงตัว ทั้งน้ำทะเลสีครามและผาหินที่รวมอยู่ด้วยกันซึ่งทำให้ภาพออกมาสวยงามและลงตัวยิ่งขึ้น (ระยะเวลาในการเดินเรือของแต่ละวัน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ,แรงลม,กระแสน้ำขึ้นและน้ำลงในทะเลของวันนั้นๆ ปกติจะใช้เวลาในการล่องเรือประมาณ 2 ชั่วโมง โอกาสในการพบเจอฝูงปลาโลมาประมาณ 90 % , ไม่สามารถคืนค่าใช้จ่ายได้ หากในกรณีที่ไม่พบฝูงปลาโลมา, กรณีไม่สามารถล่องเรือได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่าใช้จ่าย 35 EURO และ นำท่านเดินทางสู่ลากอส (Lagos) เป็นเมืองริมทะเลบที่อุดมไปด้วยชายหาดงดงามทอดยาวอยู่ข้างทาง โดยเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ในแคว้นแอลการ์และเคยเกิดแผ่นดินไหวเสียหายหนักในปี ค.ศ. 1755 เที่ยวชมเมืองกำแพงที่สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 14 ของลากอส (Lagos) มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและสวยงาม ให้ท่านเดินเล่นอิสระชมเมืองที่สวยงาม ทดแทน ) จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยังเมืองฟารู (Faro) เมืองท่าที่สำคัญของโปรตุเกสโดยเมืองนี้เป็นเขตที่อยู่ทางใต้สุดของโปรตุเกส มีความสำคัญเพราะเป็นเมืองท่าที่ติดกับสเปนี้
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก FARO หรือเทียบเท่า
ฟารู - เซบีย่า - กอร์โดบา
เวลา รายการท่องเที่ยว
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  นำท่านเดินทางสู่เมืองเซบีย่า (Seville) เป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของสเปน ชมปลาซาเดเอสปาญา (Plaza De Espana) ที่สร้างขึ้นเมือปี ค.ศ. 1982 เป็นกลุ่มอาคารรูปครึ่งวงกลมซึ่งรวมความเป็นสถาปัตยกรรมแบบสเปนที่เรียงต่อกันเป็นแนวยาวสวยงามยิ่งนัก แต่ละซุ้มโค้งประตูมีตราประจำจังหวัดไล่เรียงตามตัวอักษร อิสระให้ท่านเก็บภาพความงามรอบบริเวณ นำท่านถ่ายรูปกับหอคอยฆีรัลดา (Giralda Tower) หอศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เป็นหอคอยที่สร้างขึ้นโดยชาวมุสลิม เป็นตึกทรงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสูง 93 เมตร ติดกันกับมหาวิหารเป็นลานส้มและน้ำพุ เพื่อใช้ในพิธีชำระร่างกายของชาวมุสลิม จากนั้นนำท่านชมภายนอกและถ่ายรูปมหาวิหารแห่งเมืองเซบีย่า (Seville Cathedral) เริ่มสร้างใน ค.ศ.1042 และสร้างเสร็จ ค.ศ.1519 ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสาม รองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ที่กรุงโรม และเซนต์ปอลที่ลอนดอน และใหญ่ที่สุดในสเปน สร้างด้วยศิลปะแบบโกธิค ภายในตกแต่งได้อย่างวิจิตรตระการตา สร้างขึ้นแทนที่ตั้งของสุเหร่าเดิม โดยต้องการให้ยิ่งใหญ่แบบไม่มีใครเทียบเทียมได้ ในห้องเก็บทรัพย์สมบัติล้ำค่า มีทั้งภาพเขียน เครื่องใช้ในศาสนพิธี ที่ทำมาจากทองคำและเงินล้วนแล้วแต่ประเมินค่ามิได้ ตอนกลางโบสถ์เป็นที่ตั้งของสุสานคริสโตเฟอร์โคลัมบัส ซึ่งสร้างอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติยศ เป็นหีบศพหินอ่อนที่ตั้งอยู่บนบ่าของรูปสลักชายหนุ่ม 4 คน ซึ่งเป็นผู้แทนของราชอาณาจักรของกษัตริย์คาธอลิคทั้ง 2 พระองค์อันได้แก่คัสตีล เลออน อาราก็อน และนาวาร์เร
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองกอร์โดบา (Cordoba) เมืองที่สวยงามในแบบมูเดก้าและเป็นเมืองทีเจริญรุ่งเรืองที่สุดในยุคที่มัวร์ปกครอง นำท่านชมเมืองเก่าที่ยังคงมีสถาปัตยกรรมน่าประทับใจหลายแห่งที่ย้อนไปเมื่อครั้งเมืองนี้เป็นเมืองหลวงที่เจริญรุ่งเรือง ชมสะพานโรมันเป็นสะพานสำหรับการสัญจรข้ามแม่น้ำกัวดัลกิบีร์ (Guadalquivir) เส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงนครแห่งนี้มาแต่ครั้งโบราณ โดยความเก่าแก่ของสะพานก็มีอายุราว 2 พันปี เพราะถูกสร้างขึ้นเมื่อราวคริสต์ศตวรรษที่ 1 สมัยที่อาณาจักรโรมันเรืองอำนาจในดินแดนแถบนี้ โดยบริเวณเมืองเก่ายังเป็นที่ตั้งของมหาวิหารกอร์โดบา หรือในอดีต คือ มัสยิดใหญ่แห่งกอร์โดบา The Mosque–Cathedral of Córdoba หนึ่งในมรดกโลก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก AYRE CORDOBA หรือเทียบเท่า
กอร์โดบา - โทเลโด - เข้าชมมหาวิหารแห่งโทเลโด - มาดริด
เวลา รายการท่องเที่ยว
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  นำท่านเดินทางสู่เมืองโทเลโด (Toledo) เมืองหลวงเก่าของสเปน เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ทางภาคกลางของประเทศสเปน องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เมืองนี้เป็นแหล่งมรดกโลกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม มีทัศนีภาพที่สวยงาม โดยมีแม่น้ำเทกัส ไหลผ่านเมือง ลักษณะผังเมืองโทเลโดเป็นเอกลักษณ์ที่น่าชื่นชมที่สุดของการจัดสร้างเมืองโบราณอันสมบูรณ์แบบตัวเมืองรายล้อมด้วยเนินเขาประดุจกำแพงธรรมชาติด้วยหุบผา 3 แห่ง จากนั้นนำท่านเข้าชมมหาวิหารแห่งโทเลโด (Toledo Cathedral) เป็นวิหารที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสเปน รองจากวิหารเมืองเซบีญ่า ที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ความงดงามอลังการสไตล์โกธิก ภายในมหาวิหารมีการตกแต่งอย่างงดงามวิจิตรด้วยไม้แกะสลักและภาพสลักหินอ่อน
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่กรุงมาดริด (Madrid) เมืองหลวงของประเทศสเปน ตั้งอยู่ใจกลางแหลมไอบีเรียน ในระดับความสูง 650 เมตร เป็นมหานครอันทันสมัยล้ำยุค ที่ซึ่งกษัตริย์ฟิลลิปที่ 2 ได้ทรงย้ายที่ประทับจากเมืองโทเลโดมาที่นี่ และประกาศให้มาดริดเป็นเมืองหลวงใหม่ ยกเว้นในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1601-1607 เมืองมาดริดได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และสูงสุดแห่งหนึ่งในยุโรป นำท่านเที่ยวชมกรุงแมดริด ที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามอยู่มากมาย ทั้งอนุสาวรีย์น้ำพุไซเบเลส (The Cibeles Fountain) ตั้งอยู่ที่จัตุรัสรัสซิเบเลส (Plaza de Cibeles) ซึ่งเป็นวงเวียนสำคัญและสวยที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงมาดริด โดยบริเวณนี้ มีอาคารสวยงามและสำคัญ ประจำอยู่ทั้ง 4 มุมได้แก่ ธนาคารแห่งชาติสเปน,กองบัญชาการทหารบก,ที่ทำการใหญ่ไปรษณีย์ ประตูชัยอาคาล่า และศูนย์วัฒนธรรมทวีปอเมริกาโดยประตูชัยอาคาล่า มาดริด (Splendid puerta de alcala) สร้างขึ้นในปี 1599 ประตูชัยแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ตั้งตระหง่านทางตะวันออกของใจกลางเมือง ชมปลาซาเดเอสปาญา (Plaza de espana) เพื่อแวะถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์ดอนกิโฆเต้ (Donquixote) นำท่านสู่ พลาซ่า มายอร์ (Plaza Mayor of Madrid) ใกล้เขตปูเอต้าเดลซอล หรือประตูพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นจตุรัสใจกลางเมือง นับเป็นจุดนับกิโลเมตรแรกของสเปน (กิโลเมตรที่ศูนย์) และยังเป็นศูนย์กลางรถไฟใต้ดินและรถเมล์ทุกสาย นอกจากนี้ยังเป็นจุดตัดของถนนสายสำคัญของเมืองที่หนาแน่นด้วยร้านค้าและห้างสรรพสินค้าใหญ่มากมาย นำท่านแวะถ่ายรูปกับ รูปปั้นหมีเกาะต้นเชอรี่ (The bear and the cherry tree in Madrid) อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญอีกแห่งของกรุงมาดริด
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ข้าวผัดสเปน)
  ชมโชว์ ระบำฟลามิงโก หนึ่งในการแสดงที่ขึ้นชื่อลือชาไปทั่วโลกทั้งท่วงท่าการร่ายรำประกอบเสียงดนตรีที่เร้าใจสนุกสนาน
ที่พัก NOVOTEL MADRID CENTER หรือเทียบเท่า
มาดริด - เซอโกเบีย - รางส่งน้ำโรมัน - พระราชวังหลวง - สนามบิน
เวลา รายการท่องเที่ยว
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  นำท่านเดินทางสู่เมืองเซอโกเบีย (Segovia) เมืองท่องเที่ยวอีกเมืองหนึ่งของสเปน องค์การ UNESCO ยังได้ขึ้นทะเบียนให้เมืองนี้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 1985 ชมรางส่งน้ำโรมัน (Acueducto de Segovia) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ ศตวรรษที่ 1 โดยไม่มีการใช้กาวหรือวัสดุเชื่อมหินแต่ละก้อนแต่อย่างใด จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นสิ่งก่อสร้างทางวิศวกรรมโดยชาวโรมันที่สำคัญที่สุดของสเปน และยังมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดอีกด้วย รางส่งน้ำประกอบขึ้นจากหินแกรนิตกว่า 25,000 ก้อน มีความยาว 818 เมตร มีโค้ง 170 โค้ง จุดที่สูงที่สุดสูงถึง 29 เมตร จุดเริ่มต้นของรางส่งน้ำนี้ เริ่มตั้งแต่นอกเมือง แล้วลำเลียงส่งน้ำเข้ามาในเมือง รางส่งน้ำแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซอโกเบีย และเป็นไฮไลท์หลักของเมือง นำท่านเดินเล่นในเขตเมืองเก่า ซึ่งเต็มไปด้วยสินค้านานาชนิดตลอดสองข้างทาง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (หมูหันสเปน)
บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางกลับเข้าสู่กรุงมาดริด เพื่อนำท่านเข้าชม พระราชวังหลวง (Royal Palace) ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำแมนซานาเรส สวยงามโอ่อ่าอลังการไม่แพ้พระราชวังใดในทวีปยุโรป พระราชวังหลวงแห่งนี้ถูกสร้างในปี ค.ศ. 1738 ด้วยหินทั้งหลังในสไตล์บาโรค โดยการผสมผสานระหว่างศิลปะแบบฝรั่งเศสและอิตาเลียน ประกอบด้วยห้องต่างๆกว่า 2,830 ห้อง ซึ่งนอกจากจะมีการตกแต่งอย่างงดงามแล้ว ยังเป็นคลังเก็บภาพเขียนชิ้นสำคัญที่วาดโดยศิลปินในยุคนั้น รวมทั้งสิ่งของมีค่าต่างๆอาทิ พัดโบราณ, นาฬิกา, หนังสือ, เครื่องใช้, อาวุธ (หากไม่สามารถเข้าชมพระราชวังหลวงมาดริดได้ เนืองจากมีพระราชพิธีภายในหรือตั๋วเต็ม ทางบริษัทขอนำท่านชม Royal Palace of Aranjuez เป็นการทดแทน) จากนั้นนำท่านชมอุทยานหลวงที่มีการเปลี่ยนพันธุ์ไม้ทุกฤดูกาล ชมอนุสาวรีย์เซอร์แวนเตส กวีเอกชาวสเปนที่ตั้งอยู่เหนืออนุสาวรีย์ดอนกิโฆเต้ในสวนสาธารณะ
17.30 น.
นำท่านเดินทางสู่ สนามบินมาดริด เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
22.05 น. ออกเดินทางกลับสู่ดูไบ เที่ยวบินที่ EK 144 ** คณะเดินทางวันที่ 30 ต.ค. 62 ออกเดินทาง เวลา 21.40 น.และไปถึงดูไบ เวลา 07.45 น.**
ดูไบ - The Palm Project - Medinat Jumeirah Souk - ทัวร์ทะเลทราย (Dune Safari & BBQ Dinner)
เวลา รายการท่องเที่ยว
07.15 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบ (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
  จากนั้นนำท่านขึ้นรถไฟ Monorail เข้าสู่ The Palm Project เป็นสุดยอดโครงการของ U.A.E. โดยการถมทะเลให้เป็นเกาะเทียม สร้างเป็นรูปต้นปาล์ม จำนวน 3 เกาะ มีทั้งโรงแรม รีสอร์ท อพาร์ตเม้นต์ ร้านค้า ภัตตาคาร รวมทั้งสำนักงานต่าง ๆ นับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับที่ 8 ของโลก ให้ท่านตื่นตาตื่นใจกับความความยิ่งใหญ่ของโรงแรม Atlantis อันหรูหราอลังการ นำท่านแวะถ่ายรูปด้านนอกกับโรงแรม Burj Al Arab โรงแรมสุดหรูระดับ 7 ดาว รูปทรงคล้ายเรือใบที่งดงามและหรูหราที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ริมอ่าวอาหรับ เป็นที่พักอาศัยของเศรษฐีที่มีชื่อเสียงชาวตะวันออกกลาง ถือเป็นสถานที่ที่ทุกคนใฝ่ฝันจะมีโอกาสเข้าไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต จากนั้นชม Medinat Jumeirah Souk หรือเรียกว่า เวนิสแห่งดูไบ เป็นตลาดติดแอร์ ตั้งอยู่ในส่วนเดียวกับโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว Mina Al Salam ของตระกูล Al Maktoum ออกแบบและตกแต่งเป็นศิลปะพื้นเมืองแบบอาหรับคลาสสิก ภายในมีสินค้าระดับ Premium มากมาย อาทิ ของที่ระลึก พวงกุญแจ ขวดทราย พรมอิหร่าน หัวน้ำหอม โคมไฟ ของประดับตกแต่งบ้าน ขนมหวาน และถั่วรสช็อกโกแลต เป็นต้น จากนั้นนำท่านผ่านชมพระราชวังท่านชีค (Shiekh Palace) ตื่นตาตื่นใจกับพระราชวังสุดอลังการของครอบครัว Shiekh Al Maktoum อันยิ่งใหญ่ ซึ่งมีความร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิดและบรรดาเหล่านกยูง ผ่านชม New Palace ซึ่งเป็นพระราชวังแห่งใหม่ของครอบครัว Shiekh Al Maktoum ที่ก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ นำท่านผ่านชมสุเหร่าจูไมร่า (Jumeirah Mosque) สุเหร่าคู่บ้านคู่เมืองของดูไบ สร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง และได้ชื่อว่าเป็นสุเหร่าที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในนครดูไบ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ที่พัก เพื่อเปลี่ยนเครื่องแต่งกายพร้อมตะลุยทะเลทราย ระหว่างทางแวะนำท่านชมโรงงานเครื่องประดับเพชรพลอย

นำท่านเดินทางไปทัวร์ทะเลทราย (Dune Safari & BBQ Dinner) (อย่าลืมเสื้อแจ็คเกต แว่นตากันแดด รองเท้าฟองน้ำ ติดตัวไปด้วย) นำท่านขึ้นรถ 4WD (รถขับเคลื่อน 4 ล้อ) ไปทัวร์ทะเลทราย ท่านจะได้สนุกสนานและตื่นเต้นไปกับประสบการณ์อันแปลกใหม่ นั่งรถตะลุยไปบนเนินทรายทั้งสูงและต่ำสลับกันไป (Sand Dune)
ค่ำ จากนั้นให้ท่านได้รับประทานอาหารค่ำ และ เพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆ ในแคมป์กระโจมแบบอาหรับ ดื่มด่ำบรรยากาศสุดโรแมนติกของพระอาทิตย์ตกดินที่แสนสวยงาม และสัมผัสชีวิตแบบชาวพื้นเมือง (เบดูอิน) อาทิ การสวมชุดพื้นเมืองชาวอาหรับ ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก การเพ้นท์มือแบบอาหรับ (Henna Tattoo) ลองสูบ มารากู กลิ่นผลไม้ (Shi Sha) ชมโชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance) ซึ่งเป็นศิลปะการร่ายรำที่เน้นการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อท้องและสะโพก รวมถึงสนุกสนานกับการขี่อูฐหมายเหตุ ท่านที่เมารถ กรุณาทานยาแก้เมาล่วงหน้าอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง หรือควรแจ้งหัวหน้าทัวร์ให้ทราบก่อนไปทัวร์ทะเลทราย ทางทัวร์จะไม่รับผิดชอบ และไม่อนุญาตให้ผู้ที่เป็นโรคหัวใจขั้นรุนแรงนั่งรถไป Dune Safari โดยเด็ดขาด *** สำหรับท่านที่ไม่ร่วมเดินทาง Dune Safari ท่านต้องรอคณะอยู่ที่โรงแรม โดยทางบริษัท ไม่สามารถคืนค่าทัวร์ให้ได้ รวมทั้งอาหารมื้อค่ำ ***
ที่พัก HOLIDAY INN EXPRESS AIRPORT หรือเทียบเท่า
นั่งเรือ Abra Ride - ตลาดเครื่องเทศ และ ตลาดทอง - Dubai Mall - ขึ้น “เบิร์จคาลิฟา” ชั้น 124 - สนามบิน
เวลา รายการท่องเที่ยว
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
  นำท่านเดินทางสู่ Dubai Creek เป็นทะเลที่สร้างขึ้นโดยการขุดเข้ามาในชายฝั่ง ซึ่งแบ่งนครดูไบออกเป็น 2 ส่วน คือ Deira Dubai และ Bur Dubai มีความยาวประมาณ 14 กิโลเมตร มีท่าจอดเรือ 8 ท่า ให้ท่านได้ชมและถ่ายรูปกับทัศนียภาพสองฟากฝั่งของแม่น้ำ Creek ตามอัธยาศัย ให้ท่านได้ถ่ายรูปในย่าน Bastakiya และนำท่านนั่งเรือ Abra Ride สัมผัสมนต์เสน่ห์ทางวัฒนธรรมผ่านวิถีชีวิตสองฝั่งน้ำของแม่น้ำ Creek จากนั้นเดินสู่ตลาดเครื่องเทศ (Gold & Spicy Souk) และตลาดทอง (Gold Souk) เป็นตลาดทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก จำหน่ายผลิตภัณฑ์ Jewelry ทุกประเภท เช่น มุก อัญมณีต่าง จากนั้นนำท่านสู่ห้างดูไบ (Dubai Mall) ห้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ภายใน ให้ท่านได้ถ่ายรูปหน้าตู้ปลา ที่มีขนาดใหญ่กว่าคนสิบคนยืนเรียงกัน ให้เวลาท่านอิสระเลือกซื้อสินค้าในห้าง ให้ท่านได้เลือกซื้อของฝาก สินค้าแบรนด์เนมชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี กระเป๋าถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องกีฬา เป็นต้น
กลางวัน อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
บ่าย นำท่านขึ้น “เบิร์จคาลิฟา” Burj Khalifa ชั้น 124 ตึกที่สูงที่สุดในโลก มีความสูงถึง 828 เมตร มีทั้งหมด 160 ชั้น ออกแบบโดยนายเอเดรียน สมิธ สถาปนิกจากชิคาโก ซึ่งคณะจะได้มีโอกาสขึ้นลิฟท์ที่มีความเร็วที่สุดในโลกคือ 18 เมตร ต่อวินาที หรือ 65 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง ไปถึงชั้น 124 เพื่อชมวิวจากของนครดูไบได้ทั่วทุกทิศที่สวยงาม โดยตึกนี้ออกแบบตบแต่งภายในโดย Giorgio Armani นำท่านแวะถ่ายรูปกับดูไบเฟรม (Dubai frame) สัญลักษณ์ใหม่ของดูไบ ซึ่งเป็นกรอบรูปฉาบทองคำความสูงขนาด 150 เมตร กว้าง 93 เมตรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใช้เวลาในการก่อสร้างมาถึง 10 ปีเต็ม ด้วยจำนวนเงินประมาณ 43.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.39 พันล้านบาท
18.00 น.
เดินทางสู่ สนามบินดูไบ อิสระให้ท่านช้อปปิ้งใน Duty Free เพลิดเพลินกับสินค้าแบรนด์เนม และน้ำหอมยี่ห้อดังมากมาย
22.30 น. ออกเดินทางสู่ประเทศไทย โดยเที่ยวบินที่ EK 374 ** คณะเดินทางวันที่ 30 ต.ค 62 ออกเดินทาง เวลา 22.35 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 07.35 น.**
กรุงเทพฯ
เวลา รายการท่องเที่ยว
08.00 น. ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ด้วยความสวัสดิภาพ
ติดต่อตลาดทัวร์
 02-184-6990
(จันทร์ - เสาร์ 09.00 - 18.00 น.)
ติดต่อตลาดทัวร์ แมกกาซีน
-->